เคยลองคิดเล่นๆกันบ้างมั้ยว่า ถ้าเกิดสัตว์อื่นๆบนโลกใบนี้ สามารถดำเนินชีวิตและสร้างสังคมได้เหมือนมนุษย์ทั่วไป มันจะออกมาเป็นแบบไหน แต่มันก็คงไม่เกิดขึ้นจริงหรอกมั้ง ถ้ามันไม่ใช่โลกต่างมิติ ใช่แล้ว!!! โลกต่างมิติ เพราะตอนนี้เรากำลังพูดถึงการ์ตูนเรื่อง “คุณด่างกับโลกต่างมิติ” อยู่ยังไงล่ะ!!!

รุจา กลิ่นเกษร นักเขียนหญิงสายตลก ลูกสาวนักพากย์มวยปล้ำ มีสไตล์ภาพและลายเส้นที่ง่าย น่ารักน่าเอ็นดู ซึ่งมักจะตรงกันข้ามกับมุกตลกห่ามๆ สไตล์ “เครยอนชินจัง” อยู่เสมอ — แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า จุดเด่นที่แท้จริงในงานของเขา กลับอยู่ที่ความไหลลื่นและความเป็นธรรมชาติของแก๊กตลกที่สามารถสะกดให้เรารู้สึกอยากอ่านไปเรื่อยๆ จนวางไม่ลงต่างหาก ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของคุณรุจามาโดยตลอด จนถึงปัจจุบัน

จริงๆแล้ว “คุณด่างกับโลกต่างมิติ” เคยเป็นเรื่องสั้นแบบตอนเดียวจบซึ่งเคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Error Hours มาก่อน (ลงในเล่ม 4) แต่ภายหลังก็ได้มีการเขียนต่ออีกเรื่อยๆ จนครบ 9 ตอน และออกรวมเล่มภายในเวลาไม่ถึงปีเท่านั้น — และในเมื่อการ์ตูนมีโอกาสได้ขยายเป็น “การ์ตูนเล่มเดียวจบแบบนี้” แน่นอนว่ามันก็ต้องพ่วงมาด้วยสเกลเรื่องที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมสิ แถมคราวนี้…มันใหญ่จนไปถึงระดับโลกเลยด้วย!!! (ขี้โม้)

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ ตัวเอกที่ถูกนักเลงทำร้ายร่างกายจนสลบ และฟื้นขึ้นมาบนโลกแสนประหลาดที่มีแต่หมาพูดได้และสามารถใช้ชีวิตได้แบบมนุษย์ทั่วไป แต่นั่นมันใช่โลกของตัวเองซะทีไหน เพราะงี้ตัวเอกจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกลับสู่โลกของตัวเองให้ได้!!! พร้อมกับต้องหาทางหนีออกจากเงื้อมมือขององค์กรรัฐบาลที่จะจับเขาไปทดลองอีกด้วย (ก็บอกแล้วไงว่า สเกลเรื่องระดับโลก!!!)

ฮ้า!!! ในที่สุดก็ได้ตัวอย่างเจ๋งๆมาซักที เพราะไอ้คำว่า “สนุกแบบต่อเนื่อง” ที่ผมเคยพูดถึงในรีวิวเก่าๆพวกนั้นเนี่ย มันหมายถึงแบบนี้นี่แหละ!!! — น่าจะเป็นการ์ตูนไทยเรื่องแรกจริงๆเลยมั้ง ที่สามารถจับเอาบรรยากาศสไตล์แก๊กแบบ “เครยอนชินจัง” มาใช้ได้แบบเต็มสูบจริงๆ เพราะไอ้การยิงมุกแบบต่อเนื่องนี่ ก็ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆนะ เพราะเท่าที่ได้สัมผัสมาหลายๆเรื่อง ถ้าเกิดมีมุกแปลกๆ WTF moments โผล่ออกมาระหว่างทาง เหมือนการ์ตูนไทยสายตลกช่วงปี 2000 – 2010 แทบทุกเรื่อง หรือ Error Hours ช่วงแรกๆ ตอนอ่าน มันก็จะรู้สึกชะงักขึ้นมาทันที เหมือนโดนพ่อเลี้ยงเลียหูตอนกินข้าวยังไงยังงั้น (…..)

“คุณด่างกับโลกต่างมิติ” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีสำหรับ “การ์ตูนตลก” ในทิศทางที่มันควรจะเป็นจริงๆตั้งแต่แรก เพราะมันสามารถรักษาสมดุลของแก๊กได้มั่นคงจนน่าทึ่ง มันแทบจะไม่มีช่วงไหนของเล่มเลยด้วยซ้ำ ที่กราฟความสนุกมันจะดิ่งลงมา ทั้งๆที่มันยิงแก๊กรัวซะขนาดนั้น แถมแก๊กส่วนมากมันเกินจริง เอาฮา ไร้เหตุผลรองรับเหมือนหนังล้อเลียน ซึ่งมันเป็นอะไรที่เสี่ยงเอามากๆ ตรงที่ว่า เล่นซะขนาดนั้นแล้ว แก๊กมันจะออกมาดูล้นตอนไหน (กรณีเดียวกับเรื่อง ค่ายเสือป่วนก๊วนยุทธภพ ของ Lockman Artist) แต่โชคดีที่ว่า มันอ่านสนุกตั้งแต่ต้นจนจบไปเลย ยอมรับว่าคนเขียนเอาอยู่จริงๆ ลายเส้น? ใครสนเล่า!!! ในเมื่อตัวละครทั้งหมาทั้งคน มันออกมาน่ารักน่าชังซะขนาดนั้น อย่างน้อยแค่องค์ประกอบภาพมันไม่โล่งโถงเหมือนโดนยกเค้าทั้งบ้าน ก็ดีถมถืดแค่ไหนแล้วคุณเอ๊ย!!!

แต่การ์ตูนก็ใช่ว่าจะเอาฮาไปซะทั้งหมด เพราะรู้สึกว่ามันจะมีประเด็นเกี่ยวกับ “ครอบครัว” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เป็นพล็อตย่อยๆเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับครอบครัวหมา อย่างในเรื่อง พระเอกมันจะเจอแต่เรื่องซวยๆมากมาย ตั้งแต่ที่โดนนักเลงกระทืบ แล้วก็หลงมาอยู่อีกโลกหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็โดนกบไล่ล่า วิ่งไล่นักข่าว แล้วก็โดนรัฐบาลตามจับอีก (เพราะคิดว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้าย ซึ่งหลักฐานก็คือ ภาพถ่ายที่ “มนุษย์ล่ามสุนัขไว้กับบ้าน”) แล้วครอบครัวหมาที่พระเอกอาศัยร่วมชายคาด้วย ก็ดูเหมือนจะหาเรื่องซวยๆให้พระเอกตลอดเวลา แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นว่า ครอบครัวในโลกต่างมิติ กลับดีกว่าในโลกที่ตัวเองอยู่ซะอีก พูดซะเนื้อหาจะจริงจัง แต่จริงๆแล้วจบโคตรฮา และที่สำคัญเนื้อหาตรงส่วนนั้น มันก็ช่วยตอกย้ำด้วยว่า ตอนจบที่ดูเหมือนตัวเอกจะซวยอีกรอบ จริงๆแล้วมันเป็น good ending นะเออ (หรือกะจะต่อภาค 2 อีกวะ 5555+)

แล้วก็การลงสีหน้าปก ต้องชมเลยว่ามันสวยสะดุดตามากๆ พี่เค้าเอาอยู่จริงๆ แค่มองแป๊บเดียวก็รู้เลยว่าต้องเป็นฝีมือของ “คุณอุเทน ฉัตรสิทธิกุล” แน่นอน — คุณอุเทนเป็นคนที่ลงสีได้สดและจัดองค์ประกอบสีได้เก่งมากๆ แล้วก็จะมีอีกคนหนึ่ง…ที่มักจะได้ลงสีปกให้กับงานคนอื่นบ่อยๆ ก็คือ “คุณพัชร์ อุทัยภพ” (คนเขียน Timeless) แต่คนนี้จะชอบลงสีปกเป็น “สีโทนร้อน” บ่อยๆ (ยกเว้นหน้าปก Beguine Love) โดยเฉพาะโทนสีส้ม (ไม่สิ!!! ออกแสดๆหน่อย) — แต่ที่แน่ๆสองคนนี้ มักจะได้รับจ๊อบประเภทนี้บ่อยมาก ประมาณช่วงต้นปี 2010 ชนิดที่ว่า ถ้าเปิดหนังสือการ์ตูนของค่าย CTS แล้วไม่เจอชื่อสองคนนี้นี่ ให้อมขี้ แล้วมาพ่นใส่หน้าได้เลย (หน้าปก Love Hours เล่ม 2 ยังคงตราตรึงใจจนถึงทุกวันนี้อยู่เลย อ้าห์!!!)

 หากคุณยังคิดว่าการ์ตูนไทยยังคงเต็มไปด้วยมุกเห่ยๆ เขียนเองสนุกเองคนเดียว คุณด่าง น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณจะต้องเปลี่ยนใจ เพราะเพียงแค่คุณหยิบขึ้นมาอ่านซัก 10-20 หน้า คุณจะต้องรู้สึกขำท้องขดท้องแข็ง จนต้องรำพึงออกมาว่า “เฮ้ย!!! ยุค 2010 นี่มันดีจริงๆ”

(สรุป 8/10)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *