มันมักจะมีนักเขียนหลายๆคนที่มักจะทำอะไรพิเรนท์ๆกับผลงานเก่าดั้งเดิม โดยพยายามทำออกมาให้ร่วมสมัยมากขึ้น ใส่สไตล์ตัวเองเข้าไป อย่างซีรีส์ขุนช้าง ของ มนตรี คุ้มเรือน เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายสำหรับนักอ่านและคนเขียนอย่างมาก คือถ้าจะดีก็ดีไปเลย ถ้าแย่ก็แย่ไปเลย อะไรทำนองนั้น (ซีรีส์ขุนช้างฯ ผมยังไม่ได้อ่านเลย ถ้าอ่านแล้วจะเอามารีวิวให้นะ 5555+)

อย่างชุดนี้ก็จับเอานิทานอีสปมาผสมกับสไตล์การเล่าเรื่องโหดๆที่เราคุ้นเคยกันดีของวรา ที่มักเห็นได้บ่อยกับงานเก่าๆ หลายคนอาจจะงง ที่คนเขียนออกมาพูดว่า “เรื่องนี้เป็นงานที่ยากที่สุดเท่าที่เคยทำมา” (การ์ตูนแบบนี้เนี่ยนะ?) ก็นี่แหละ เป็นเคสที่ดีสำหรับนักเขียนที่ไม่ชินกับแนวทางใหม่ๆ ผ่านแอ็คชั่นมามาก แล้วมาปวดหัวกับการ์ตูนสบายๆแบบไม่น่าจะเป็นไปได้บนโลกใบนี้ซะงั้น แค่อยากจะบอกว่ามันเป็นไปได้จริงๆนะ ซึ่งอันนี้ก็ต้องชื่นชมวรามากๆในการพังทลายกำแพงเดิมๆมาทำแนวที่ตัวเองไม่ถนัด เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถเขียนแนวอื่นๆได้เหมือนกัน แล้วมันออกมาดีมั้ย? ก็ดีสิครับ ถามได้!!! คนเขียนเองก็น่าจะแปลกใจเหมือนกัน

ถ้าคุณเคยผ่านเพจกาตูนร์ระทม(ในยุคแจ้งเกิด) อันนี้ดูเป็นเรื่องเป็นราวมีแก่นสารกว่าเยอะ มันก็จบหักมุมโหดๆนั่นแหละ แต่โหดแบบมีเหตุผลมากกว่า มากกว่ารวมเล่ม Trick เยอะ!!! ยกตัวอย่างเรื่องชาวนากับงูเห่าในเวอร์ชั่นนี้ก็ได้ คืองูเห่าไม่ได้ตั้งใจจะเนรคุณ แต่เพราะชาวนาเก็บมาเลี้ยงดูและใช้งานงูหยั่งกะทาสต่างหากล่ะ!!!! (ให้เดินในวงล้อ เพื่อทำกังหันหมุน) ก็เลยฆ่าทิ้งซะเพื่อหนี แล้วก็เรื่องสุนัขกับเงาที่เพิ่มเนื้อหาต่อจากนั้นเข้าไป โดยยังคงรูปแบบดั้งเดิมของนิทานเอาไว้ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

จุดเด่นของการ์ตูนชุดนี้คือ สีหน้าชั่วร้ายของตัวละครที่ทำออกมาได้ถึงพริกถึงขิงมาก ให้ความรู้สึกหลอน ตอนวาด คนเขียนคงจะทำหน้าแบบหน้าปกการ์ตูนข้างบนแน่นอน (555+) ฉากรุนแรงนับว่าโหดใช่เล่นเลย จงใจล้วนๆ จงใจแหงๆ ฉากเลือดสาดไม่เท่าไหร่ แต่ฉากหนูตายที่เหลือแต่หัวกับฉากอึ่งอ่างที่ท้องแตกตายเหลือแต่หัวกับกระดูก ทำเอาผมนอนไม่หลับไปเป็นวันไปเลยทีเดียว เออ!! ผมมันขวัญอ่อน ผมมันกาก น้ำตาจะไหล

….และนี่แหละ คือการ tribute ที่แท้จริง ไม่ใช่แบบนักเขียนบางคนที่หยิบลายเส้นจากการ์ตูนเรื่องอื่นมาใช้ แล้วบอกว่าเป็นการ tribute (มันใช่เรอะ!!?!) คือสมมติ ถ้ามันเป็นการ tribute ในแบบที่นักเขียนเค้าว่าไว้จริงๆ อยากจะบอกว่าการ tribute ในแบบของวรา นั้นดีกว่าเพราะ มีการเพิ่มเติมสไตล์ของตัวเองเข้าไปโดยที่ไม่ทำให้ต้นฉบับมันเสีย ผมว่าแบบนี้มันดูดีกว่าเยอะ และไม่ทิ้ง”เอกลักษณ์”ของตัวเองอีกด้วย

ทุกเรื่องของการ์ตูนชุดนี้ เป็นอะไรที่ดึงดูดให้อ่านจนจบเล่มจริงๆ เหมือนอ่านนิทานอีสปเวอร์ชั่นผู้ใหญ่ ยิ่งตอนหลังๆที่คนเขียนบอกว่ากดดันมากที่สุด นั่นแหละ!!! กลับเป็นตอนที่ดีที่สุดของนิทานอีแสบเลย เพราะตั้งแต่เรื่องกระต่ายกับเต่าจนถึงลูกหมูสามตัว กลับมีสไตล์การเล่าเรื่องที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เช่นตอนจบที่ต้องอาศัยการตีความนิดหน่อย แล้วจะได้ผลลัพธ์ของเรื่องที่แสบสันต์ สมชื่อหนังสือจริงๆ จะบอกว่า 4 ตอนหลังนี่แหละ ที่เข้ากับชื่อหนังสือมากที่สุดแล้ว คือ…แรงส์มาก

งานภาพไม่ต้องพูดถึงอะไรอีกแล้ว วราจัดเต็มเสมอ!!!! ทั้งเล่มไม่ใช้สกรีนโทนเลย (สุดยอด!!!) และผมว่ามันดูสบายตากว่าผลงานแรกๆตั้งเยอะ

ถึงอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวก็ยังมองว่า การ์ตูนยังออกมาง่ายอยู่ดี มันก็แค่เอาเนื้อเรื่องที่มีอยู่แล้วมาเสริมเนื้อหาเข้าไปเฉยๆ โดยรวมแล้วมันก็ยังไม่ใช่ผลงาน Original เต็มตัว มันไม่เหมือน มันอยู่ในหัว (ของวิริยะ สงวนหงษ์) ซึ่งเต็มไปด้วยไอเดียเจ๋งๆดั้งเดิมทั้งเล่ม — แต่ก็ต้องยอมรับว่า นี่คือผลงานที่อ่านง่ายที่สุดของวรา ดังนี้ถ้าใครอยากจะเริ่มต้นอ่านงานนักเขียนคนนี้ ก็เริ่มจากเรื่องนี้ก่อนเลย เป็นการทำความรู้จักความดิบเถื่อนของวราที่ชิลล์ที่สุดแล้ว (แต่ก็โหดอยู่ดี) ก่อนที่จะอ่านผลงานของวราเรื่องต่อไป

*การ์ตูนมีฉากความรุนแรงสูง ไม่เหมาะกับเยาวชน*

(สรุป 8/10)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *