ชอบมาก!!! ชอบงานของคนนี้มาก อู้ย!!! ใครรู้แหล่งเก็บงานของคนเขียนคนนี้ช่วยบอกผมที ถูกใจลายเส้นมากจริงๆ (เพราะเว็บ exteen ที่เจ้าตัวลงเอาไว้ มันปิดไปแล้ว)

มะเมียะ เป็นผลงานชิ้นแรกของคนเขียน ที่ผลลัพธ์ออกมาน่าพึงพอใจ ไม่เพียงแค่มีลายเส้นที่มีเสน่ห์เท่านั้น แต่ยังสามารถแสดงศักยภาพในการทำงานตามโจทย์ที่กำหนด (แล้วออกมาดี)ได้อีกด้วย (บอกอเป็นคนกำหนดโจทย์) — ก็…อาจเป็นเพราะคนเขียนเป็นคนภาคเหนือและอยู่ภาคเหนือล่ะมั้งนะ การเก็บข้อมูลจากสถานที่จริงจึงทำได้ง่าย (คนเขียนลงทุนไปเชียงใหม่เพื่อไปศึกษากู่อัฐิของตัวละครในเรื่องเลยนะเว้ย) ซึ่งการทำงานตามโจทย์นี่แหละ จะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่า เราสามารถเขียนอะไรได้อีกบ้าง นอกเหนือจากแนวที่ถนัด เพราะเท่าที่เห็น นักเขียนที่มีความสามารถรอบด้าน ที่เขียนเรื่องยาวดีๆได้หลายแนวก็มีแค่รัตนะ สาทิส (ถ้ารุ่นใหม่หน่อยก็ เกษม อภิชนตระกูล) …ยังไงก็ต้องยอมรับว่ามีไม่กี่คนจริงๆน่ะแหละนะ

นี่เป็นอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ผมชอบการ์ตูนระบบสำนักพิมพ์มากๆ ผมขำช่วงที่นักเขียนบางคนที่เข้ามาเดบิวท์ด้วยการ์ตูนแอ็คชั่น วาดซะดิบดีเลย แล้วสุดท้ายก็มาตายเพราะการ์ตูนง่ายๆกัน (โจทย์เป็น School-Life แต่งานออกมาเละเลย บ้าที่สุด!!!) …คือเข้าใจว่าสำนักพิมพ์มีความพยายามที่จะผลักดันให้นักเขียนได้แสดงศักยภาพออกมาให้มากที่สุด (เป็นการลองอะไรใหม่ๆทำนองนั้น จะรวมเล่มค่อยว่ากันอีกที) เราก็เลยได้เห็นสไตล์ของนักเขียนอีกด้านในงานชิ้นอื่น ที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก

อู้ว!!! เกริ่นมาซะยาวเลย OMG!!! เข้าเรื่องๆ

ภายในการ์ตูนชุดนี้ เป็นเหตุการณ์จริงล้วนๆในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเรื่องราวความรักของเจ้าน้อยศุขเกษมแห่งอาณาจักรล้านนา ได้เข้ามาเรียนหนังสือที่พม่า (ซึ่งตอนนั้นตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ คนพม่าจึงสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง พูดง่ายๆก็คือ ส่งไปเรียนให้พูดอังกฤษได้นั่นแหละ) ได้ตกหลุมรักกับสามัญชนธรรมดาอย่าง มะเมียะ ลูกสาวคนขายบุหรี่ แห่งเมืองมะละแหม่ง เรื่องราวความรักต่างเชื้อชาติที่มีชนชั้นวรรณะและการเมืองเป็นตัวขีดกั้นระหว่างความรักทั้งสอง นำไปสู่โศกนาฏกรรม และกลายเป็นตำนานรักที่จบอย่างโศกเศร้าตามมา

5555+ นี่เป็นหนึ่งในการ์ตูนประวัติศาสตร์ที่เข้าถึงได้ง่ายอย่างไม่ต้องสงสัย ใครสนใจจะรู้เรื่องของมะเมียะจริงๆ คือถ้าอ่านเล่มนี้แล้วจะเข้าใจเรื่องราวได้ทันทีแน่นอน — ปกหลอกโคตรๆ เพราะข้างในดูดีกว่าอีก 5555+ ไม่ใช่เพราะงานมันสวยอะไรขนาดนั้นนะ แต่งานมันออกมาน่ารักสุดๆต่างหาก โมเมนต์ในเล่มมีเยอะมาก โดยเฉพาะมะเมียะนั่นแหละ ซึ่งวาดออกมาน่ารักขนาดนั้นได้ยังไงก็ไม่รู้ เห็นแล้วอยากจะเอาหน้าเข้าไปน้วยจริงๆ (กลับมารีวิวก่อนเฮ้ย!!!)

ในฉากตลาดในพม่า ทำออกมาได้อารมณ์ดี องค์ประกอบหลายอย่าง ให้อารมณ์แบบหนังจักรๆวงศ์ๆ ช่อง 7 ดี แล้วก็มะเมียะเป็นอะไรที่น่ารักมากจริงๆด้วย แฮ่กๆ (พอแล้ว!!!)

เหนือสิ่งอื่นใด ผมชอบความบังเอิญที่ลงตัวระหว่างวัฒนธรรมไทยเดิมกับวัฒนธรรม pop culture ของญี่ปุ่นในเรื่องนี้มาก ตอนที่มะเมียะพูดคำว่า “นะเจ้าคะ” คือมันออกมาดูน่ารักเป็นธรรมชาติมากๆ คนละอารมณ์กับแนวสาวใช้เลย คือชอบเป็นพิเศษจริงๆ กับฉากนี้

ถึงจะเป็นแนวโศกนาฏกรรม แต่กลับไม่มีจุดที่ซีเรียสในเล่มเลย คงเป็นเพราะลายเส้นที่น่ารัก ทำให้อารมณ์ของงานเบาบางรึเปล่า? หรือการเดินเรื่องที่สนุกสนานรึเปล่า? หรืออาจจะเป็นเราเพราะรู้เรื่องมาก่อนแล้ว ก็เลยทำใจได้? คือมันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านชีวประวัติของทั้งสองมากกว่า ดังนั้นสรุปเรื่องนี้ไม่ปวดตับแน่นอนจ้า

แต่จะมีมุกแปลกๆที่หลุดออกมาจากมิติที่ห้า ดันโผล่ออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยซะงั้น อย่างมุกแขนเป็นฟอ – ขอเป็นแฟน ถึงจะดูน่าสนุก แต่ดันไปสนุกผิดยุคสมัย ก็เลยชะงักตอนอ่านนิดหน่อย (ทั้งๆที่อุตส่าห์เดินเรื่องเป็นปกติมาตลอดทั้งเล่มแท้ๆ) ซึ่งจริงๆแล้ว ก็ไม่ถึงขั้นเลวร้ายอะไรมากแม้แต่น้อย

ปกติแล้วการ์ตูนความรู้มักจะเป็นแนวยัดห่า ใส่ความรู้ลงไปในเรื่องซะแน่นจนเสียอรรถรสของการ์ตูน ไม่ก็แยกการ์ตูนกับความรู้ออกจากกัน (แบบนี้ตูซื้อตำรามาอ่านดีกว่ามั้ยฮึ) เล่มนี้เป็นตัวอย่างที่ดี สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีการใส่ข้อมูลที่จำเป็นลงมาในเรื่อง แล้วค่อยมาสรุป+อธิบายส่วนเสริมช่วงท้ายของเล่ม ก็ถือว่าดีเพียงพอที่ใครซักคนจะวางมันในห้องสมุดโรงเรียน (แล้วก็โดนขโมย โรงเรียนเก่าผม มีไอ้บ้าตัวหนึ่งขโมยรวมเล่มเดี่ยว 4 ไป จนจบการศึกษาก็ยังหาไม่เจอเลย บัดซบ!!! ตูจะอ่าน)

สุดท้ายนี้ อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่บางทีก็ช่วยไม่ได้ เพราะสำนักพิมพ์ไม่พรีวิวเลย อันนี้ก็ต้องเสี่ยวดวงเอาแล้วแหละ

แต่สำหรับเล่มนี้ ผมให้สามผ่านเลยครับ

(สรุป 8/10)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *