หลังจากที่พ้นไป 10 เล่มกว่าๆ นับเป็นเรื่องที่โชคดีมากๆ ที่นิตยสาร Error Hours (ชั่วโมงนี้มีรั่ว) ค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีการ์ตูนเด่นๆในเล่มมากขึ้น — การปล่อยปละละเลยคุณภาพนิตยสารมาโดยตลอด ถือเป็นบทเรียนสำคัญของค่าย CTS ที่ทำให้ทางกองบรรณาธิการเริ่มที่จะตื่นตัว และโฟกัสกับการทำนิตยสารมากขึ้น (อาจจะรวมไปถึงการ์ตูนในเครือเรื่องอื่นๆด้วย) ทั้งปรับปรุงโครงสร้างหลายๆอย่าง ทั้งดึงนักเขียนระดับแม่เหล็กเข้ามาร่วมงานมากขึ้น เข้าหากระแสหลักมากขึ้น จนกระทั่งมันเริ่มเข้าที่เข้าทางในท้ายที่สุด (ถึงแม้ว่าจะพัฒนาการช้าไปบ้างตาม 5555+) ยุทธการเกี่ยวสาวนั้น เปิดตัวครั้งแรกในช่วงครึ่งหลังของ Error Hours (ปี 2013) ซึ่งก็มีเสียงตอบรับที่ดีมากพอสมควร ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และสไตล์การวาดระดับมืออาชีพของเขา ทำให้งานของซานาเอลนั้น มีเสน่ห์เพียงพอที่จะมองแค่ภาพเฉยๆก็ดีต่อใจแล้ว

 ซานาเอล นอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องของลายเส้นและเทคนิคภาพที่สวยงามแล้ว ซานาเอลยังมีความสามารถในการดึงจุดเด่นในงานของคนอื่นมาปรับใช้ในงานของตัวเอง แต่มีการค่อยๆดัดแปลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นสไตล์ของตัวเองที่ “ค่อนข้าง” ชัดเจน (จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมแต่ละแก๊ก ชวนให้นึกถึง ดันเจี้ยนนี้มีรั่ว+ชมรมวารสาร ตะหงิดๆ) ยิ่งตอนวาดตัวละครชายบางตัวนี่ ความเป็น Becassine แทบจะลองปุ้งเข้ามาในหัวเลยทีเดียว โชคดีที่ซานาเอลที่พัฒนาการก้าวกระโดดที่ไวมาก พอๆกับเมนเทอร์ของเขา ซึ่งพอได้เห็นแบบนี้ ก็รู้สึกไม่น่าห่วงแล้ว ซึ่งไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เราก็ต้องยอมรับในทักษะการวาดระดับมืออาชีพของคนเขียน ซึ่งไม่ว่าจะผ่านมากี่งาน ฝีมือก็ไม่เคยตกเลยซักครั้ง มีหลายๆครั้งที่งานภาพของเจ้าตัวมักจะกลบช่องโหว่ของพล็อตได้ค่อนข้างแนบเนียน ยกเว้นเฉพาะตอนแรกของเล่ม การ์ตูนเดินเรื่องด้วยการพิชิตใจสาวโดยหนุ่มทั้ง 5 แต่คนเขียนดูเหมือนไม่ค่อยมั่นใจเลยว่าจะได้เขียนต่อหรือไม่ (Error Hours จะได้ไปต่อหรือไม่) ก็เลยออกมามีแต่มุกจับฉ่าย แบบเสียของเยอะมาก ชวนให้กังวลถึงตอนต่อไปยังไงไม่รู้…..

 แต่โชคสองชั้น อยู่ที่คนเขียนพยายามซึมซับรูปแบบงานของคนอื่นเรื่อยๆ แล้วค่อยๆมาปรับใช้ (และก็อย่างที่บอก… พัฒนาการรวดเร็ว) สุดท้าย การ์ตูนก็ออกมาลงตัวและสนุกมาก ได้อารมณ์บ้าๆบอๆตลอดทั้งเล่มเลยทีเดียว (สำหรับเรา ตอนกีฬาสีเป็นตอนที่ดีที่สุดในเล่มแล้ว เล่นล้อซะยับเลย 5555+) สไตล์แก๊กของซานาเอลในเรื่องจะค่อนข้างเถื่อน มีความเป็น Becassine อยู่บ้าง แต่ก็จะต่างอยู่บ้าง โดยจะมีมุกจีบสาวแบบเสี่ยวๆเข้ามาด้วย (ไอ้มุกพิณเปี๊ยะนี่ เลวมาก) และบางทีก็มีโมเมนต์น่ารักๆให้ได้เห็น มีให้ขัดให้เขินเป็นระยะๆแหละครับ ว่าแต่น้องแก้วในระยะประชิดนี่สุดยอดจริงๆเลย แฮ่กๆ น่าลากเข้าพุ่มไม้จริงๆ (ใจเย็นเฮ้ย!!! เรลกัน)

 ในตอนแรกสุด คนเขียนเคยบอกด้วยความไม่มั่นใจว่า ตัวเองไม่ถนัดเขียนการ์ตูนตลกเลย แต่สุดท้ายก็ทำออกมาได้ดีมากๆ (นึกถึงนิทานอีแสบของวราเลย) การก้าวข้ามความไม่ถนัดของตัวเอง และได้ลองทำอะไรยากๆ ทำให้งานของเขาก้าวไปอีกหนึ่งระดับ (ในแง่ของอารมณ์ขัน) ซึ่งตรงนี้…มันได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้โดจินในช่วงหลังๆของเขา มีความเป็นการ์ตูนตลกมากขึ้นนั่นเอง (‘ฉันชื่อแสงดาว” ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Horror Hours เล่ม 16 ในปี 2014) …หรือถ้าใครอยากเห็นตัวละครชายที่มีอารมณ์หลากหลายนอกเหนือจาก “ตัวเอกหน้าเบื่อโลก” ที่เห็นได้ในงานเจ้าตัวบ่อยๆ ขอแนะนำให้อ่านเล่มนี้ เพราะการ์ตูนจะเต็มไปด้วยบรรยากาศเก่าๆสมัย Soulless ที่ตัวเอกจะหน้าหวานๆหน่อย ทำให้สัมผัสได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของซานาเอลเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ต้องขอบคุณการ์ตูนแนวฮาเร็มคอเมดี้จริงๆ ที่ทำให้ได้เห็นเจ้าตัววาดตัวละครหลายบุคลิกมากขึ้นแบบนี้

ถึงจะมีอิทธิพลจากงานของนักเขียนหลายๆคนโดดอยู่บ้างประปราย แต่ “ยุทธการเกี่ยวสาว” ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สนุกมากๆ มีโมเมนต์หวานๆมากเพียงพอที่จะ ชักจูงให้กลับไปอ่านซ้ำอีกหลายรอบ — คิดๆดูแล้ว ยังน่าเสียดายไม่หาย น่าจะเอารีวิวมาลงวันวาเลนไทน์ตั้งแต่แรก จะได้เข้ากันมากกว่านี้ แต่มันเฮ็ดหยังบ่ดั้ยยยย//// (พูดแบบกัดฟัน) เดี๋ยวๆ จบหยั่งงี้เลยเรอะ!!?!

(สรุป 9/10)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *