การ์ตูนจริงๆ นอกจากที่ทำขายเองตามงานต่างๆ ก็มีสำนักพิมพ์หน้าใหม่อย่างค่าย Nida Publishing ที่ซื้อลิขสิทธิ์ Lunatic Akoma (ลอร์แฟคเตอร์โคลนนิ่…อุ๊บ!!!)/ และ เพราะชั้นจนไงล่ะ มาตีพิมพ์ — ส่วนค่ายอื่น จำไมได้ว่าสำนักพิมพ์ไหนกล้าเอากาตูนร์ระทมมารวมเล่ม!!! ระห่ำมาก!!! (เคยเห็นแก๊กในนิตยสาร GameMag ผ่านๆ ไม่นึกว่าจะมาไกลได้ขนาดนี้) — ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ฮ่ะๆ แค่อยากจะบอกว่า การมาของ “เด็กสาวนั้นไม่รู้จักผู้ชาย” ฉบับรวมเล่ม มันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลยในวงการ Web Comic รวมเล่มเลยแม้แต่น้อย

หนึ่งในหน้าปกตอนที่ชอบมากที่สุด

เด็กสาวนั้นไม่รู้จักผู้ชาย เป็นการ์ตูนทำเล่นๆ ที่ลงในเว็บอ่านฟรี Ookbee Comic มีการวาดๆหยุดๆบ้างตามบางวาระ แต่ก็เจ๋งพอที่จะเก็บยอดคนอ่านได้ 5 ล้านวิวภายใน 3 ปี (สุดยอด!!!) ทั้งพล็อตและแนวทางต้องเข้าใจว่าการ์ตูนเว็บไม่ใช่งานที่ตีพิมพ์อย่างเป็นทางการตั้งแต่แรก มันเป็นการ์ตูนที่ใครก็ได้เขียนมันขึ้นมา แล้วอยากเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต การ์ตูนบนเน็ตส่วนใหญ่จึงมีลายเส้นง่ายๆ และมุ่งเน้นไปที่การเล่าเรื่องที่สนุกมากกว่า มันเต็มไปด้วยอิสระทางความคิด 100% บางทีก็ไม่มีสาระ แต่ส่วนมากให้ความบันเทิงอย่างไม่ต้องสงสัย  — แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังจากที่ได้อ่านการ์ตูนจากเว็บ Ookbee Comic หลายๆเรื่อง ก็รู้สึกมีเรื่องนี้แหละที่เข้าข่ายเหมาะที่จะรวมเล่มที่สุดแล้ว (อย่างน้อยก็เข้าข่าย)

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ “มล” สาวน้อยที่ไม่สามารถแยกหน้าผู้ชายกับผู้หญิงได้ (เห็นหน้าผู้ชายเป็นตัวอักษรญี่ปุ่น แต่ผู้หญิงเห็นเป็นปกติ) ได้เจอกับ “ข้าว” เด็กหนุ่มซึ่งเป็นดาว(!!?!)ของโรงเรียน (จะเล่นมุกข้าวหลามหนองมน?) ได้พยายามเข้ามาช่วยนางเอกให้หายจากอาการดังกล่าว แต่ไม่ได้ผลซักที ก็เลยได้เป็นเจ้ากรรมนายเวรกันไปจนจบเรื่อง ระหว่างนั้นก็ได้พบกับตัวละครมากมาย ซึ่งมาพร้อมกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน (ซับซ้อนแบบ…ตูจะบ้าตาย) รวมทั้งข้าวและมล ก็เริ่มที่จะมีใจให้กันและกันบ้างซะแล้ว….. สุดท้ายแล้ว นางเอกจะหายจากการแยกหน้าผู้ชายกับผู้หญิงไม่ออกได้หรือไม่?

นี่หรือคือนกพิราบ 5555+

5555+ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึงได้รับความนิยม มันเป็นอะไรที่สนุกมาก สนุกจริงๆ แก๊กตลกต่างๆในเล่มมีเอกลักษณ์ชัดเจนโคตรๆ และยิงเข้าเป้าบ่อยๆ แต่มุกตลกมันกลับให้ความรู้สึกพิลึกแปลกๆซะมากกว่า ซึ่งชอบมากๆ มั่นใจเลยว่าคุณจะเจออะไรทำนองนี้ในการ์ตูนน้อยมากๆแน่ๆ (แต่ไม่บอกหรอก แฮ่!!! อยากให้สัมผัสกันเอาเอง) ตอนนั้นถึงกับหลุดขำหลายหน้าเหมือนกัน (ประมาณ 1 แก๊กต่อ 5 หน้าได้มั้ง) จะบอกว่าเซ้นส์ในด้านการ์ตูนตลก การวางตำแหน่งแก๊กคือลงตัวเป๊ะเลย

มีตัวละครสมทบเพี้ยนๆก็ออกมาสร้างสีสันมากมาย และดูเหมือนจะแบ่งคู่รักได้เป็นหลายๆคู่เหมือนกัน (แต่ถ้าจะให้เขียนว่าใครชอบใครบ้างนี่ คงต้องเขียนเป็นแผนผังแล้วแหละ…) อย่างน้อยที่สุด ถ้าคุณผ่านการ์ตูนตลกทำนองนี้บ่อยๆ ก็จะรู้ได้โดยไม่ต้องอ่านเลยว่า ตอนจบจะเป็นยังไง 555+ — แต่ที่รู้แน่ๆ เด็กสาวนั้นไม่รู้จักผู้ชาย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการ์ตูนที่ไม่มีตอนจบ!!! (หรือจบไม่ลงอันนี้ไม่รู้ ก็ยื่นโควตามาให้คนเขียนแค่สองเล่มเองอ่ะ) ด้วยความที่เหลือโควตาแค่ 5 ตอนสุดท้าย มันก็เลยต้องพยายามขมวดปม ซึ่งตรงนี้ก็เหมือนรู้สึกว่า คนเขียนจะไม่ค่อยแคร์อะไรซักเท่าไหร่ ด้วยความที่มันเป็นการ์ตูนอ่านสบายๆตั้งแต่แรกไง พอทิ้งปมไว้แล้วไม่ได้แก้ (หรือไม่ก็แก้ได้เองดื้อๆ) ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น คือภาพรวมรู้สึกไม่สมบูรณ์ จบห้วนโคตรๆ โดยเฉพาะหน้าจบ ยิ่งชี้ให้เห็นชัดเลยว่า ยังด้อยประสบการณ์ด้านปฏิบัติโดยแท้ (ปกติฉากจบส่วนมาก มักจะกางหน้าใหญ่ๆใช่มั้ย? เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้”สำคัญมาก” แต่เรื่องนี้กลับจบเหมือนจะมีตอนต่อไปยังไงยังงั้น (ถึงได้บอกว่า ไม่มีตอนจบไง) หรือถ้าจะให้พูดติดตลกจริงๆก็คือ มีคนเดินไปเตะปลั๊กไฟเข้านั่นแหละ

ชอบส่วนไหนมากกว่ากัน ในแต่ละเวอร์ชั่น?

ในด้านของลายเส้น ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรจากเวอร์ชั่นต้นฉบับตรงไหน (บางหน้า เส้นสเก็ตกลับทำออกมาได้ดีกว่าด้วยซ้ำ) ดังนั้นที่ผมตัดสินใจรีวิวผลงานก่อนๆของเจ้าตัวอย่าง 0+1 เพราะจะได้มีหน่วยเทียบยังไงล่ะ (จริงๆ ผมวางแผนมาก่อนแล้ว) — เพราะเด็กสาวนั้นไม่รู้จักผู้ชาย ให้ความรู้สึกเหมือนงานที่ดาวน์เกรดคุณภาพงานลงมาอย่างมาก คือ…ถ้า 0+1 เป็นงานสเก็ตของเด็กมัธยมที่มีความมั่นใจสูง เด็กสาวฯ กลับเป็นงานวาดเรื่อยเปื่อยของเด็กมัธยมทั่วไป ที่นั่งวาดหลังห้อง (เพราะอาจารย์สอนน่าเบื่อ) เพราะคราวนี้ทั้งฉาก ตัวละคร ลายเส้น ถูกลดระดับลงมาจนเหมือนงานที่ยังเขียนไม่เสร็จดี — ผมจะไม่บอกหรอกว่า นี่เป็นการ์ตูนรวมเล่มที่คุณภาพออกมาต่ำกว่ามาตรฐานที่สุดในรอบปีนี้ เพราะมันยังไม่จบปี อย่างน้อย…แฟนการ์ตูนที่เคยติดตามใน Ookbee Comic อาจจะยินดีหาซื้อมาอ่านก็ได้ (ถึงแม้ว่าราคาหนังสือจะสูงไปมากก็ตาม แต่ก็ถูกกว่าไปซื้อตามงานโดจินอีกนะ) แต่ไม่รู้สิ กับเรื่องนี้แล้ว ผมไม่รู้ว่ามันจะดึงดูดนักอ่านหน้าใหม่ได้หรือเปล่า ดูจากคุณภาพงาน (ก็หวังว่าจะไม่มีใครปล่อยขายมือสองตั้งแต่เล่มแรกนะ) — เฮ้อ!! ตรงนี้ไม่รู้ว่าจะโทษคนเขียนที่ปล่อยงานออกมาเร็วเกินไป หรือจะโทษสำนักพิมพ์ที่ไม่ได้เช็คคุณภาพงานและไม่ได้ให้คำปรึกษางานก่อนตีพิมพ์ดี? ทั้งที่มันสามารถใส่รายละเอียดภาพอะไรได้มากกว่านี้แท้ๆ

หรือ!!! ถ้าจะมองอีกมุมหนึ่ง หากสำนักพิมพ์ไม่ซื้อลิขสิทธิ์เรื่องนี้ไปซะก่อน เราน่าจะได้อ่าน “เด็กสาวนั้นไม่รู้จักผู้ชาย” ที่จบสมบูรณ์กว่านี้ คล้ายๆกับเว็บคอมิคหลายๆเรื่องที่มักจะมีอีเวนท์อะไรให้เล่นเยอะมาก (บางคู่ยังไม่ได้มีบทสรุปอะไรเลย) หรือถ้าจะให้มองตามหลักความเป็นจริง คนเขียนยังไม่สามารถควบคุมเนื้อเรื่องให้จบสมบูรณ์ได้นั่นเอง (ถ้าเป็นแบบนั้น หวังว่าจะไม่ได้อ่าน Loring 20 กว่าเล่มขึ้นไปนะ)

ฉากสวนน้ำที่โล่งโถงหยั่งกับอะไรดี (-*-)

ถึงคนเขียนจะบอกว่า นี่เป็นงานที่รักมากๆ แต่จุดๆนี้ ผมบอกได้อย่างเดียวเลยว่า โคตรเสียดาย เสียดายทุกอย่าง — เขียนการ์ตูนออกมาสนุกมาก แต่ดันมาเสียรังวัดที่รายละเอียดภาพนี่แหละ (วาดตัวละครน่ารักดีนะ ชอบๆ) กรณีเดียวกับ จีรวัฒน์ บุญห่อ เลย เฮ้อ!!! เห็นอ้างอิงถึงการ์ตูนเรื่อง ชมรมวารสารฯ ด้วย ก็อยากจะให้คนเขียนเก็บเกี่ยวจากเรื่องนั้นให้มากกว่านี้ ทั้งๆที่ ชมรมวารสารฯ เป็นการ์ตูนตลกเหมือนกัน แนวเรื่องเดียวกัน แต่ทำไมมันออกมาดูเต็มและน่าสนใจมากๆขนาดนั้น

งานทำขายเองกับงานสำนักพิมพ์มันไม่เหมือนกันนะเว้ย!!! ยิ่งอย่างหลังนี่แหละ มันจะไม่ได้อยู่แค่งานหนังสือทำมืออีกต่อไปแล้ว แต่มันกระจายตามร้านหนังสือทั่วไป ที่สำคัญ มันขึ้นห้างด้วยนะเว้ย!!! ดังนั้นเสียงส่วนมากจะไม่ได้อยู่แค่แฟนการ์ตูนจาก Ookbee Comic อีกแล้ว แต่มันขึ้นอยู่กับคนที่ซื้อไปอ่านด้วย ผมไม่ซีเรียสกับเนื้อในเลย กลับอยากจะหยิบมาอ่านฆ่าเวลาบ่อยๆด้วยซ้ำ แต่คนอื่นที่ซื้อหนังสือพวกนี้ไปจะไม่ได้คิดแบบนี้น่ะสิ

ยังจำเรื่องของรุ่นน้องคนนั้นได้มั้ยครับ ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมคงจะกล้าแนะนำน้องเค้ามากกว่านี้ ผมเพิ่งนึกได้ว่า การที่น้องเค้ากล้าที่จะขอความเห็นจากงานที่ตัวเองทำ แต่เราไม่ได้พูดความจริง ผมว่ามันเป็นอะไรที่เสียมารยาทมากกว่าเลือกที่จะชมอย่างเดียวซะอีก (ก็น้องเค้าต้องการความเห็นจริงๆไง ถึงได้มาถาม) ก็น้องเค้ารู้อยู่แล้วว่า ถ้าให้เพื่อนอ่าน ยังไงก็ต้องชมอยู่ดีตามมารยาท — ก็อยากจะบอกให้รู้ว่า การแนะนำข้อดีข้อเสียในงาน นอกจากจะแสดงให้เห็นว่า เราใส่ใจในงานของอีกฝ่ายมากแค่ไหนแล้ว เรายังมีส่วนช่วยไม่ให้อีกฝ่ายต้องเสียใจในภายหลังได้อีกด้วย

ถ้าผมรีวิวอะไรไปแล้วรู้สึกว่า ข้อความมันรุนแรงเกินไป ก็ต้องขอโทษด้วยครับ นี่ก็พยายามจะควบคุมเนื้อหาอยู่เหมือนกัน และสำหรับใครหน้าไหนที่คิดจะจ้างผมให้รีวิวเชิงบวกแบบเว็บอื่นๆ จะบอกอะไรให้ คุณซื้อผมไม่ได้หรอก

ยังมีเวลาพัฒนาผลงานอีกมาก อัล ชิอากิ ไม่ต้องรีบร้อน ยังไงก็จะติดตามอ่านผลงานของ”นาย”ต่ออยู่นะ

(สรุป 5/10)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *