วนรอบโคจรกลับมาอีกรอบจนได้กับรีวิว “รวมเรื่องสั้นการ์ตูนผี” ที่ไม่ว่าจะสุ่มหยิบของสำนักพิมพ์ไหนมาอ่าน มันก็ต้องมีติดไม้ติดมือมาซักเรื่องแหละวะ!!! 5555+ และแน่นอนว่า ต่างนักเขียน ต่างรสมือ “ลูกล่อลูกชน” ก็ย่อมออกมาต่างกันอยู่แล้วล่ะนะ

“ธัญนันท์ จิระสถิตวรกุล” หรือ นามปากกาเก่า Sickheart ที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อกันดีอยู่แล้วจากหนังสือรวมเรื่องสั้นการ์ตูนผี Horror Hours (ของค่าย CTS) ที่ออกมาจนถึง 24 เล่ม ก่อนที่จะปิดตัวภายในระยะเวลา 8 ปี (พ.ศ. 2552 – 2559) ซึ่งจำได้ว่า เจ้าตัวน่าจะออกเรื่องสั้นอยู่ในนั้นประมาณ 8-9 เรื่องได้มั้ง

ผลงานแรกสุดของ Sickheart เริ่มต้นในนิตยสาร Stoondent เล่ม 4 (ปี 2553) ซึ่งเป็นรวมเล่มเรื่องสั้นจาก “โครงการเทิร์นโปร (ฝึกนักเขียน)” ของคุณสุทธิชาติ เจ้าของผลงาน Joe The Seacret Agent นั่นเอง — และหลังจากการเทิร์นโปรไปไม่นานนัก เจ้าตัวก็ได้มีโอกาสออกรวมเล่ม “การ์ตูนผี” กับหลายๆสำนักพิมพ์ ทั้งแนวสยองขวัญ ทั้งแนวตลก (แต่เจ้าตัวกลับบอกว่า “ไม่ชอบการ์ตูนผี” ซะหยั่งงั้น แป่ว!!!) ดังนั้น นี่จึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมรวมเล่มการ์ตูนผีชุดนี้ ถึงได้ออกมาเป็น “แนวตลก” ซะเฉย!!!

ภายในเล่มจะประกอบไปด้วยเรื่องสั้นเก่าๆ อยู่ 4 เรื่อง ซึ่งรวบรวมมาจากนิตยสาร Horror Hours เล่ม 11-16-18 และ 24 ตามลำดับ พร้อมเรื่องสั้นแถมอีกเรื่อง สดๆร้อนๆ ที่ไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อน (จริงๆมีเรื่องสั้นมากกว่านี้อีกนะ เพียงแต่มันไม่ได้อยู่ในซีรีย์เดียวกัน และโทนของเนื้อหา…จะเป็นคนละขั้วไปเลยด้วย)
————————————————————-
อันนี้เป็นเรื่องย่อภายในเล่ม (ที่ไปคัดลอกมาจากเพจ CTS ทั้งดุ้น (เพราะขี้เกียจด้นเอง 5555+) )

– Third Eye >> เมื่อเพื่อนร่วมชั้น…คลั่งไสยศาสตร์ประกาศจะเปิดตาที่ สาม และพิสูจน์ว่าผีมีจริง !!

– Ear Wig >> เสียงที่ทุ้มอยู่ในหู ที่ไม่เคยจางหายไป แต่มันดังขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนมันอยู่ในหูของเรา มันคืออะไร

– Paranormal Romance >> ความรักไม่มีพรมแดน แต่ถ้าโดนผีจีบ นี่ก็ไม่น่าจะไหวเหมือนกันนะ !!

– Sister Doll >> เมื่อตุ๊กตาลูกเทพ ผันตัวมาเป็น “น้องเทพ” เพื่อนๆของพัทรชอบใจพาน้องเทพมาเรียนกันหมด ความวุ่นวายจึงบังเกิด

– **POP** >> คนตัวเล็ก ๆ ที่กินเก่ง กินจุ กินยังกะปอบลง นั้นพวกเค้าทำได้อย่างไรกันนะ
————————————————————-

อ่า ก็พอจะเดาได้อยู่ว่า เจ้าตัวน่าจะต้องการให้มันเป็น “โปรเจ็กต์ในระยะยาว” ล่ะมั้งนะ — คือธีมหลักของเรื่อง มันเหมือนถูกเซ็ตเอาไว้อย่างดีเรียบร้อย ตั้งแต่เรื่องแรกของเล่มแล้ว อย่างเรื่อง Third Eye งี้ ที่มันกำหนดเอาไว้หลวมๆ ให้นางเอกในเรื่อง เป็นคนที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ พอเซ็ตเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนเขียนก็สามารถเอามาตบกับ “เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ” บ้าบอคอแตกได้อีกมาก เช่นตอนต่อมา อย่าง “เสียงลึกลับหลอนประสาท” “พญานาคจำแลงกาย” “ตุ๊กตาน้องเทพ” แล้วก็ “ผีปอบเข้าสิง” มาขยี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบเล่ม ซึ่งไอ้พล็อตแบบนี้แหละ มันจะสามารถด้น event ไปต่อได้อีกมาก ถ้าคนเขียนเกิดนึกสนุก คิดอยากจะทำต่อขึ้นมาจริงๆ

“มุกตลกร้าย” ถือเป็นส่วนที่กรุบกรอบที่สุดของเล่มอย่างไม่ต้องสงสัย อย่าง Earwig มันพูดถึง “เพลงที่ติดหู” มันไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงที่ดีเสมอ แต่มันแค่เป็นเพลงที่เราได้ยินได้ฟังบ่อยๆต่างหาก (ฟังจนหลอนแล้วจ้า) แล้วก็เรื่อง Sister Doll ที่พูดถึงประเด็นตุ๊กตาลูกเทพ ที่เคยเป็นกระแสอยู่ในไทยช่วงหนึ่ง แต่เอามาขยายมุมมองให้กว้างขึ้น โดยสมมติให้ตุ๊กตาน้องเทพนั้น มีชีวิตจิตใจขึ้นมาจริงๆ และอาจสมควรต้องการอะไรเพิ่มเติมที่มากกว่า “การเลี้ยงดูป้อนข้าวป้อนน้ำ” อย่างทุกๆวัน (คำตอบคือ การศึกษา นั่นเอง!!!)

ถึงในเรื่องจะมีการจิกกัด “กลุ่มคนลักษณะนี้” หลายหน้าอยู่ แต่ในเรื่องก็บอกว่า มันเป็นความเชื่ออย่างหนึ่ง เหมือนกับการนับถือศาสนา ซึ่งจริงๆ ประเด็นนี้มันก็ไม่มีอะไรผิดอะไรถูกอยู่แล้ว ก็เอาเป็นว่า “ให้คนอ่าน เป็นคนตัดสินใจเอง” คิดว่าน่าจะดีกว่า

เรื่องสั้นส่วนมาก มีโครงสร้างที่แน่นพอสมควร โดยเฉพาะที่ชอบเป็นพิเศษอย่างเรื่อง Paranormal Romance ที่เป็นการหยิบเอานิยายรักแวมไพร์กับมนุษย์อย่าง Twilight มาล้อเลียน แต่ปรับให้เป็นเข้ากับความเป็นไทย โดยเปลี่ยนจากแวมไพร์มาเป็นพญานาคแทน (เพราะแพ้แดดเหมือนกัน) แล้วก็ปรับจากคู่ปรับอย่าง “หมาป่า” มาเป็น “พญาครุฑ” แทน ซึ่งตรงกับตำนานของไทยพอดี 55555555+ — ถึงตอนจบจะออกมาดูมั่วๆอยู่บ้างก็เถอะ (หัวหน้าห้องนางเอก แปลงร่างเป็นครุฑสู้กับพญานาค) แต่การแทรกข้อมูลที่น่าสนใจที่เกี่ยวกับงู และพญานาค เข้ามาระหว่างเรื่อง ก็ทำออกมาได้ไม่เลวเหมือนกันนะ

…และถึงลายเส้นโดยรวมจะยังไม่ค่อยเรียบร้อยดีนัก ขนาดที่ว่าเส้นฉากกับเส้นตัวละคร มันยังเหลื่อมกันอยู่เลย แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆว่า ความรีบเร่งของเส้นที่ใช้นั้น มันกลับสามารถดึงอารมณ์และการเคลื่อนไหวของคาแรกเตอร์ออกมาได้ไหลลื่นและเป็นธรรมชาติเอามากๆ แม้แต่เรื่องสุดท้ายของเล่มอย่าง Pop ที่ถึงแม้ลายเส้นจะดูหยาบกว่าเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด และดูรีบเอามากๆ (เพราะมีเวลาวาดแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น) แต่ด้วยพล็อตช่วงหลังที่เน้น “ความเกรี้ยวกราดของเด็กสาว “ที่โดนปอบเข้าสิง ที่หิวแบบไม่ลืมหูลืมตา มันกลับทำให้เส้นที่ปาดแบบเข้มๆลวกๆ กลับไปเร้าอารมณ์ของคาแรกเตอร์ ออกมาได้รุนแรงจนน่ากลัว จนบรรยากาศของเรื่อง มันแทบจะยุ่งเหยิงเอามากๆ (คนละอารมณ์กับ Paranormal Romance เลย) ไม่ว่าคนเขียนจะตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้อยู่แล้วหรือไม่ก็ตาม

แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับ essential ขนาดนั้น มันยังมีความรู้สึกที่ว่า “ตัดเส้นลวกชิบหาย” ตีกันในหัวอยู่ อาจเป็นเพราะมันไม่ได้ปักหลักไปทางใดทางหนึ่งจริงๆ ตั้งแต่แรกล่ะมั้ง

ส่วนข้อเสียหลักของเล่ม มันน่าจะอยู่ที่ ความเป็นรวมเรื่องสั้น ที่ทิศทางของเล่มยังไม่ชัดเจนมากพอ — พออ่านจบแล้ว รู้สึกว่าภาพรวมทั้งเล่มมันกระจัดกระจายไปหน่อย ดูไม่ค่อยโฟกัสไปทางใดทางหนึ่ง เหมือนแค่เอาเรื่องสั้นมารวมๆกันเฉยๆ พออ่านจบเล่มแล้ว มันก็เลยเกิดความรู้สึกโหวง แทนที่จะอิ่ม ถ้าต่ออีกซักเล่ม ก็น่าจะเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปพวกนั้นได้อยู่มั้ง

สุดท้ายนี้ ก็ยังจะขอยืนยันอยู่ว่า จุดขายจุดเด่นของการ์ตูนค่าย CTS ก็ยังคงเป็น “ความสนุก” อยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่ว่าจะออกมาแนวไหนก็ตาม และเล่มนี้ก็เช่นกัน!!! — ถึงมันอาจจะทำให้รู้สึกขมุกขมัวไปบ้าง กับลายเส้นที่ยังดูไม่ค่อยเต็มร้อยนัก แต่มันกลับไปโดดเด่นด้วยเนื้อเรื่อง “แนวเหนือธรรมชาติ” ที่แปลกใหม่ น่าสนใจและอ่านสนุก (จะบอกว่า “สยองขวัญ” ก็กระดากปากง่ะ) — ซึ่งก็ถือได้ว่า เป็นแนวเรื่องที่ทำออกมาได้ “ดีไปคนละแบบ” ล่ะมั้ง (ก็การ์ตูนสยองขวัญ มันมีให้เลือกอ่านหลายแบบอยู่ใช่มั้ยล่ะ) — โดยรวมก็ถือว่า เป็นเซ็ตเรื่องสั้นที่ทำออกมาใช้ได้ ใช้ได้เลยแหละ แม้จะยังไม่มี “ฉากจบที่แท้จริง” ให้ได้เห็นตอนนี้ก็ตาม แต่ก็จะรออ่านซักวันนะ — ก็เอาเป็นว่า ถ้ายกระดับการวาดขึ้นมาอีกซักนิด แล้วปรับเส้นให้เสถียรขึ้น การ์ตูนจะสามารถออกมาเจ๋งได้มากกว่านี้อีกนะ

(สรุป 7/10)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *