สิ่งที่ผมสัมผัสได้อย่างมากจากงานเขียนของอ.คือ ตัวละครของอ.จะให้ค่ากับความฝันและการไปสู่จุดมุ่งหมายมากๆ แม้จะมีตัวละครมากมายที่ใช้ชีวิตไปวันๆ หรือยังไม่รู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไรและจะทำอะไร แต่ตัวละครหลักของเขาจะมุ่งมั่นในสิ่งที่เขาฝันมากๆ ความทุ่มเท การพยายามจึงมีอยู่ในเรื่องนี้และทุกเรื่องที่อ.เขียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันได้บอกให้คนอ่านอย่างเราๆ รู้สึกรุ่มร้อน ดีใจ เสียใจ หรือร้องไห้ไปกับความพยายามในการพยายามเรียนรู้และเดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายอย่างมาก พร้อมกับการได้เรียบรู้การใช้ชีวิต การเข้าใจตนเองและคนรอบข้างซึ่งมีผลต่อตัวละครและการดำเนินเรื่องในเรื่องนี้

เคสุเกะ เด็กม.ปลายที่ชื่นชอบการทำให้คนรอบข้างหัวเราะ และมั่นใจเป็นอย่างมากว่าตัวเองเป็นคนที่ฮามากที่สุดในโรงเรียนและจะไม่ยอมแพ้ให้กับคนอื่นที่จะมาทำให้ฮามากกว่าตนเอง เขายอมทุ่มเททุกอย่าง อย่างไม่น่าเชื่อเพื่อที่จะระเบิดเสียงหัวเราะของคนรอบข้างให้ดังออกมา เพราะอย่างนั้นเขาจึงที่ชื่นชอบและรู้จักกันไปทั่วโรงเรียนอย่างมาก จนวันนึงด้วยการมาของ ซึยิโมโตะ เด็กหนุ่มจากโอซาก้า ที่ย้ายเข้ามาเรียนในห้องเดียวกับเคสุเกะ กำลังจะทำให้ความมุ่งมั่นของเคสุเกะที่ว่าเขาเป็นคนฮาที่สุดในโรงเรียนเปลี่ยนเป็น เขาจะต้องเป็นที่ทำให้คนอื่นตลกที่สุดในโลกได้เริ่มขึ้น พร้อมกับการหาทางเดินเพื่อจะไปให้ถึงจุดนั้นและเรียนรู้คำว่าคู่หู ว่ามันคืออะไรไปพร้อมกัน

เรื่องนี้จะว่าไปมันคือการตีแผ่อาชีพตลกของประเทศญี่ปุ่นครับ อย่างแรกที่เราต้องเข้าใจก่อนเลยว่านี้ไม่ใช่การ์ตูนตลกนำแบบไม่มีสาระ แต่นี้คือการ์ตูนแนว ดราม่า ผสม ตลกนิดหน่อย แต่มันไม่ได้เครียดมากขนาดอ่านแล้วเราจะเครียดตามไปด้วยนะครับ การที่อ.นำเรื่องอาชีพตลกที่ขายรอยยิ้มและเสียงหัวเราะมาตีแผ่ให้เรารู้ว่าก่อนที่เขาเหล่านั้นจะมาอยู่ด้านหน้าเวทีเพื่อแสดงมุกฮาต่างๆ นั้น มันต้องทุ่มเทและพยายามแค่ไหนในการมาให้ถึงณ จุดๆนั้น

อาชีพตลกในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะว่าเหมือนกับทางไทยก็อาจะบอกได้ว่าเหมือนเพียงบางส่วน เพราะอาชีพตลกเป็นอาชีพที่มีผู้คนมากมายอยากจะเป็นในญี่ปุ่น เด็กๆ หนุ่มๆสาวๆหลายๆคนมีความฝันจะเป็นกันเปรียบอย่างอยากจะเป็นดาราแสดงหนังละครแบบนั้นเลยครับ ในเรื่องไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าอาชีพตลกเป็นอาชีพที่ถูกจำกัดเฉพาะกลุ่มอย่างในประเทศไทย ซึ่งจะบอกว่ามีหลายอย่างที่แตกต่างกับไทยก็ว่าได้

อย่างการเป็นตลกอาชีพได้นั้น หนทางหลักๆคือการเข้าโรงเรียนสอนการแสดงตลก ซึ่งต้องเรียนให้จบหลักสูตร แต่กว่าจะจบหลักสูตรต้องมีการฝึก มีการประกวด ทั้งภายนอกและในโรงเรียน ซึ่งการประกวดเหล่านี้บางงานก็เปิดให้ทั้งตลกอาชีพหรือสมัครเล่นเข้ามาสมัครเพื่อคัดเลือกกันด้วย ซึ่งเหล่านี้เป็นที่สนใจของคนภายนอกอย่างมากมาย มีการขายตั๋วเพื่อเข้าชมการประกวดเหล่านี้ด้วย ด้วยการเรียนที่เป็นระบบอย่างนี้จึงทำให้ตลกที่ถูกผลิตออกมานั้นมีการรับรองและต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายเพื่อให้ตัวเองจบมาเป็นที่ต้องการของตลาด ณ ตอนนั้น และแม้ในประเทศไทยเราจะมีโรงเรียนสอนตลกเกิดขึ้นแต่เป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่รองรับคนเฉพาะกลุ่มจริงๆ ไม่ใช่แพร่หลายและเป็นที่รู้จักกับคนทั่วไปอย่างประเทศญี่ปุ่น

รูปแบบของตลกญี่ปุ่นก็มีความแตกต่างกับบ้านเราค่อนข้างมาก เราอาจจะชินกับการที่ตลกไทยออกมาเป็นคณะหลายๆคนมาพูดทะลึ่ง ทำท่าตลกโปกฮา ตีหัวเพื่อนร่วมคณะ หรือพูดคำหยาบให้ฮา ซะมากกว่า แต่ของตลกของญี่ปุ่นจะมีทั้งแบบ เดี่ยว คู่ หรือสามคน เป็นส่วนใหญ่ การออกมาแสดงของเขา เน้นการพูดหน้าไมด์ เหมือนกับการพูดจำอวดแบบบ้านเราซะมากกว่า แต่แบบนำเสนอแบบเป็นเรื่องราวก็มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกันครับ รวมถึงพูดทะลึ่งหรือคำหยาบก็มีบ้าง แต่ผมรู้สึกว่าไม่ใช่แกนหลักของการนำเสนอที่จะทำให้คนดูหัวเราะได้ ทำให้ตลกของเขามันดูได้ทุกเพศทุกวัยมากกว่าบ้านเราในสายตาผมครับ

เพราะฉะนั้นการที่เนื้อเรื่องแต่ละตอน การนำเสนอมุกในเรื่องนี้จึงออกมาเป็นคำพูดที่ต่อมุกกันเพื่อเข้าประกวดหรือทำให้คนรอบข้างฮา ซึ่งตรงนี้จึงไม่ฮาสำหรับคนอ่านที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นแน่นอน เรื่องนี้จึงมีหลายคนบ่นว่าไม่เข้าใจมุกหรือมันฮาตรงไหนอยู่เป็นประจำครับ

แต่ในทางกลับกัน เรื่องนี้มีความเข้มข้นในความดราม่าและการตีแผ่เบื้องหลักของการที่จะไปเป็นตลกที่ดังในตลาดให้ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งถามว่ามันดราม่ามากไหม สำหรับผม ผมมั่นใจว่าในชีวิตจริงนั้น มันดราม่ามากกว่านี้แน่นอน ไอ้ที่ว่ากันว่า ตลก ตลกไม่ออกนั้น มันเป็นเรื่องที่จริงอยู่แล้วแน่นอน และดราม่าในเรื่องนี้เป็นดราม่าที่เหมาะกับการอ่านเพื่อเราจะได้เรียนรู้พัฒนาการของตัวละครได้เป็นอย่างดี เป็นดราม่าที่ผมได้อ่านแล้วรู้สึกสนุกมากว่า แต่ละตัวละครน้อยใหญ่นั้นต้องเผชิญกับความลำบากและความเป็นจริงอย่างมากแค่ไหน เพื่อจะมาให้ถึงจุดที่เขาฝันมาทั้งชีวิต นั่นคือความสนุกและความสมจริงอย่างมากของเรื่องนี้ครับ

งั้นเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับคอการ์ตูนตลก เบาสมองเหรอ .. สำหรับผมก็มองไม่ไม่ใช่ไม่เหมาะนะครับ แต่ต้องมองว่าเรื่องนี้ขายดราม่าคนวงในตลกให้มันไม่ออกมาตลกจนเกินไป ความฮามันมีแทรกอยู่แล้วครับ แต่ถ้าหวังว่าจะฮาจนตกเตียงเรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้นครับ เรื่องนี้เหมือนจะอิงชีวิตจริงๆของคนกลุ่มนึงมาให้เราดู กันมากกว่า และแน่นอน ชีวิตจริงๆ ของคนเรามันก็ต้องมีทั้งทุกข์ และสุข มีทั้งหัวเราะและร้องไห้ มีความน้ำตาและรอยยิ้มเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับ

มีจุดนึงที่ผมชอบเอามากๆ คือการค้นหาความหมายของคำว่าคู่หู เพราะตลกสายที่จับคู่กันนั้น คู่หู คือคนสำคัญมากๆ คนที่ต้องมายิงมุกรับมุกให้ได้ให้ทัน ให้ตรงกับที่ซ้อมกันมานั้นสำคัญมากโดยไม่อาจปฎิเสธในจุดนั้น ในการ์ตูนเรื่องนี้มีการเปรียบเปยและให้ค้นหาความหมายของคำว่าคู่หูตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งมันเป็นเมสเซสที่มีความหมายมากสำหรับคนอ่านอย่าผมครับ คู่หูที่บางทีเริ่มต้นด้วยความฝันและจากไปด้วยน้ำตาแห่งความสูญเสีย คู่หูที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์และจบลงได้การเสียผลประโยชน์ คู่หูที่เริ่มต้นก็ตั้งใจไว้แค่เพียงผลทางธุรกิจแต่สุดท้ายเขาคือคนที่เปรียบเสมือนอีกหนึ่งในชีวิตที่เขาจะขาดไม่ได้เด็ดขาด หรือแม้แต่คู่หูที่เริ่มจากการแข่งขันแต่สุดท้ายทั้งสองคนเป็นดั่งเปลือกหอยที่ปิดสนิทกันได้เป็นอย่างดี เหล่านี้ทำให้คนอ่านอย่างผมสนุกเอามากๆ กับการได้ค้นหาความหมายของคำว่าคู่หู ซึ่งไม่อาจสรุปออกมาได้เหมือนกันได้ในความเห็นของคนทุกคนครับ

เรื่องดาวตลกฟ้าประทานนี้ มีทั้งหมด 19 เล่มจบ พิมพ์โดย สนพ สยามอินเตอร์คอมมิค นะครับ ปัจจุบันยังหาซื้อมือหนึ่งลดราคาเป็นแพ็กครบชุดจบได้ในงานลดราคาหนังสือต่างๆ ครับ ซึ่งผมคงไม่สามารถฟันธงเอาได้ว่าถ้าคุณไปหาเรื่องนี้อ่านแล้วคุณจะชอบ หรือสนุกกับเรื่องนี้อย่างผมไหม แต่สิ่งที่ผมที่อ่านจบแล้วบอกได้ก็คือเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมยกให้เป็นหนึ่งในการ์ตูนในดวงใจ และเป็นอีกหนึ่งการ์ตูนที่สอนอะไรหลายๆเรื่องให้ผมได้เรียนรู้จากเนื้อหาการ์ตูนในเรื่องนี้ และเป็นเรื่องที่รอยยิ้มและน้ำตาของผมได้อีกเรื่องนึง แต่อย่างที่รู้กันครับ มันจะเหมาะกับคุณไหม คุณเท่านั้นที่ต้องเป็นคนหาคำตอบครับ กับเรืองนี้ ดาวตลกฟ้าประทาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *