เรื่องนี้ผมรู้จักและได้อ่านหลังจากที่ได้ดูเวอร์ชั่นภาพยนตร์นะครับ สิ่งดีของการได้ดูเวอร์ชั่นภาพยนต์ที่เรายังไม่ได้อ่านก็คือเราไม่มีกำแพงอะไรมากครับ พอดูจบก็รู้สึกว่ามันตลกดีนะกับสถานะการณ์ที่เนงิชิ โชอิจิเจอ เพราะมันทั้งปวดหัวและเรียกเสียงหากับความสุดขั้วของที่เขาเจอ ต้นทางและระหว่างทางของความฝันที่เขาไม่เคยคาดคิด อันนำพาเรื่องวุ่นวายให้กับเขา

พอผมได้มาอ่านเวอร์ชั่นมังงะก็ต้องบอกว่ามันมีทั้งจุดที่สนุกและจุดน่าเบื่อเหมือนกันนะครับ เพราะด้วยความที่มันเป็นการ์ตูนขายมุขตลกให้เราได้อ่านกัน การที่เรารู้เรื่องตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่าพระเอกเจอสถานะการณ์แบบไหนอยู่ซึ่งมันก็ฮาครับ แต่เนื้อเรื่องหลังจากนั้นที่เราต้องมาอ่านการเจอเหตุการณ์ชุลมุนในแต่ละตอนมันยากที่จะทำให้สนุกกันทุกตอนครับ เพราะเรื่องหรือเหตุ และ ผลลงเอย ในแต่ละตอนมันสร้างออกมาให้สนุกทุกครั้งผมว่ายากนะ ความแปลกใหม่มันจะหมดไปทุกๆตอนที่เขียนออกมาและบางมุขก็เคยอ่านเคยเห็นมาก่อน หรือคาดเดาได้อยู่แล้ว หลายๆตอนเลยมุขแป๊กไปสำหรับผม

แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่สนุกนะครับ เพราะหลายๆตอนเขียนออกมาได้สนุกครับ เลยต้องบอกว่าโดยรวมแล้วเรื่องนี้ฮาและสนุกใช้ได้ครับ อาจจะมีหงุดหงิดกันบ้างเวลาเหล่าสาวกชาวเมทัลต้องออกโรงหรือเห็นการเคารพในตัวของเคร้าเซอร์ อย่างสุดตัวสุดใจและเข้าใจว่า เคร้าเซอร์เราแท้จริงแล้วมันคือปีศาจจากนรก ไอ้ความคิดแบบนี้ผมเข้าไม่ถึงนะ ถ้าคิดว่าเขาคือเทพแห่งดนตรีที่สร้างเมทัลออกมาได้เถื่อนดิบ ตรงใจ ก็พอเข้าใจแต่นี้ทั้งเรื่องจะเจอคนบูชาเคร้าเซอร์แบบปีศาจไปตลอดบางทีก็เข้าไม่ถึงเหมือนกันครับ. มีหลายมุขที่ผมชื่อชอบในเรื่องนี้นะอย่างการสร้างปัญหาให้พระเอกเราต้องเจอโลก 2 ใบที่อีกใบนึงต้องคอยไม่ให้คนที่เขาชอบรู้ว่าเขาทำงานเกี่ยวกับดนตรีแนวนี้เพราะทุกคนที่เป็นเพื่อนเขารู้อยู่แล้วว่าไอ้นี้มันหวานแหว่วแค่ไหน รวมถึงรุ่นน้องที่ไปได้ดีในแนวดนตรีหวานแหว่วแบบนี้ทั้งๆที่เขานี่แหล่ะต้นแบบและรุ่นน้องก็บอกตลอดว่าเคารพและชอบแนวดนตรีนี้จากรุ่นพี่ก็คือพระเอกเรามากแค่ไหน

แต่ไหงตรูถึงไปไม่ได้ดีกับแนวที่รักละ ที่ชอบก็คือหลายๆครั้ง ตัวพระเอกเรากลับได้เพลงใหม่หรือไฟจากการที่ต้องปกปิดความลับหรือการกระทำตัวเพื่อให้ทุกคนจำเขาไม่ได้ซะงั้น เลยเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของแรงบันดาลใจของพระเอกในการเข้าถึงเมทัลไป จนบางครั้งเขาสลับร่างไม่ทันเลยทีเดียวครับ. ส่วนที่ดีๆในเรื่องอีกเรื่องก็คือการสร้างคาเรทเตอร์ของตัวละครในเรื่องที่สามารถสร้างออกมาได้อย่างสนุก มีเอกลักษณ์ และมีความสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง เลยช่วยส่งเสริมเนื้อเรื่องไปได้อย่างดี ตัวละครอย่างสมาชิกในวง ก็ดูฮาดีครับ รวมถึงตัวเอกในแต่ละตัวก็ทั้งสนุกและน่าหนักใจในบทที่ได้รับเหมือนกันครับ ถือว่าจุดนี้ทำออกมาได้สนุกดีครับ

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอีกอย่างสำหรับเรื่องนี้ในสายตาผม คือลายเส้นครับ ต้องบอกเลยว่าในสายตาผมลายเส้นง่อยมากครับ มาแนวลายเส้นไม่ขาย ขายแต่เนื้อเรื่องก็ว่าได้นะครับ แล้วยิ่งมารวมกับการพิมพ์ที่บอกเลยว่าไม่ได้คุณภาพในหลายๆตอนซักเท่าไหร่เลยออกมาแย่ยกกำลังสองครับสำหรับเซ็ทนี้ แต่อ่านรู้เรื่องนะครับเพียงแต่บางครั้งบางตอนความคมชัดอยากให้ดีกว่านี้จะได้อ่านได้สนุกกว่านี้ครับ. ดีทรอยท์ เมตัลซิตี้นี้ วาดโดย อ. Kiminori Wakasugi ซึ่งผมจำไม่ได้ว่าเคยอ่านงานของ อ. เขาไหมครับ เอาเป็นว่าผมไม่คุ้นแล้วกัน โดยในไทยเรื่องนี้ไม่มี LC นะครับ มีแต่ Evolution X ที่พิมพ์ออกมาขาย 10 เล่มจบครับ โดยต้องบอกว่าหายากพอสมควรครับสำหรับเรื่องนี้

ถือว่าเป็นการ์ตูนแนวขายมุขตัวละครและสถานการณ์ชวนปวดหัวให้ได้อ่านกัน ไม่แน่ใจว่าจะชอบกันไหม ใครที่เคยดูหนังแล้ว อาจจะลองหาเวอร์ชั่นนี้มาอ่านกันนะครับ หรือใครชอบแนวนี้อยู่แล้ว หามาอ่านก็คิดว่าน่าชอบกันนะ ส่วนตัวผมโอเคกับเรื่องนี้นะครับ เลยอยากให้ลองหามาอ่านกันครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *