บัลจ์ The Star Warrior เป็นการ์ตูนที่พิมพ์ออกมานานแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2557 ในบ้านเรานะครับ แน่นอนครับกระแสเงียบมาก แทบจะไม่มีคนพูดถึงเลย(หรือว่าไม่มีคนพูดเลยหว่า) ด้วยความที่เป็นนักวาดหน้าใหม่ในตอนนั้นครับ

บัลจ์ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์อินดัสเตรีย ซึ่งมีปัญหาการรุกราวของชาวต่างดาว ที่หวังจะเข้ามายึดครองส่วนต่างๆบนดาวเคราะห์ด้วยนี้และที่เมืองหลวงของดาวดวงนี้ก็เป็นฐานเกือบสุดท้ายที่คอยต่อต้านการรุกรานของชาวต่างดาว แน่นอนในเมืองมีความวุ่นวายมากมายแต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ประชาชนในเมืองยังคงต้องหากินกันอยู่แม้แต่แร้งแค้นและยากเย็นก็ตาม แอสโตร คือเด็กหนุ่มคนนึงที่อยู่ในเมืองหลวงนี้ ตัวเขาเองต้องขยันทำงานเพื่อหาเลี้ยงเหล่าน้องๆ ของเขา เขาเต็มไปด้วยความหวังที่จะเห็นรอยยิ้มและท้องที่อิ่มของพวกน้องเขาแม้ในสถานะการณ์ที่โหดร้ายตอนนี้จะบีบให้เขาต้องทนรับต่อความกดดันและค่าแรงที่แสนต่ำก็ตาม แม้น้องๆเหล่านี้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขาทางสายเลือดก็ตาม แต่เพราะเขาก็เป็นคนที่ไม่มีพ่อแม่ต้องอยู่คนเดียวมาตลอดทำให้เขาเห็นความสำคัญของคำว่าครอบครัวมากกว่าใครๆ

จนวันนึงวันที่เขาเข้าไปช่วยชีวิตของนายจ้างจากการโดนชาวต่างดาวทำร้ายและจะฆ่า แม้เขาจะช่วยสำเร็จแต่ผลที่ได้คือการไล่ออก เพราะนายจ้างไม่ต้องการจะมีปัญหากับชาวต่างดาว เมื่อเขาไม่มีเงินก็นำมาซึ่งความอดอยากของคนในครอบครัวนั้นเอง และในขณะนั้นเอง ก็มีคนแสดงตัวว่าเขาเป็นเจ้าชายแห่งดาวดวงนี้ ด้วยความที่ใบหน้าทั้งสองคนคล้ายกัน เจ้าชายจึงต้องการสลับตัวกับเขาเพราะเบื่อความคาดหวังและสิ่งทีเขาเจอ เขาต้องการชีวิตที่สนุกสนาน พูดแล้วก็มอบหลักฐานกำไลที่แสดงถึงความเป็นเจ้าชายให้กับเขา พร้อมกับความดีใจที่ได้ปลดความเป็นเจ้าชายของเขา

เสียงแห่งความดีใจของเจ้าชายดังได้ไม่นาน เสียงปืนดังขึ้นพร้อมร่างของเจ้าชายที่โดนยิ่งร่วงลงไป สร้างความตกใจให้กับ แอสโตร ที่ทั้งตกใจในเรื่องเจ้าชายที่อยู่ๆก็โผล่มาและอยู่ๆก็โดนยิง ทันใดนั้น เหล่าทหารผู้ตามหาเจ้าชายก็โผล่มาพร้อมเข้าใจว่า แอสโตร คือเจ้าชาย พาตัวเขากลับไปยังวังเพื่อหาคิงของเขา และนี่คือเรื่องราวของ แอสโตร ที่จะต้องพกอาวุธที่มีพลังอำนาจมหาศาลเพื่อต่อต้านมนุษย์ต่างดาว พร้อมกับการปกป้องครอบครัวของเขาให้ปลอดจากภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้น

จริงๆเรื่องนี้ผมได้อ่านหลังจากอ่าน Hero ผลงานปัจจุบันของอ.เขานะครับ หากมองถึงโครงเรื่อง เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นนัก เดินเกมส์หรือนำเสนอได้ตรงกับที่เราคาดคิดเอาไว้ ซึ่งอาจจะมองว่าเป็นสูตรความสำเร็จก่อนๆหน้านี้หลายๆเรื่องมา แต่หากมองลงไปอีกนิดผมว่าการเล่าเรื่องของอ.เขาในเรื่องนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยครับ การที่ผูกเรื่องที่ตัวเอกต้องไปรับผิดชอบหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่โดยที่ไม่คาดคิดนี้ ในเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมากพอควรครับ ซึ่งอ.คนเขียนสามารถสร้างบรรยากาศของเรื่องให้มันอุ้มเนื้อเรื่องที่ดาดเดื่อดแบบนี้ให้มันสนุกได้เป็นอย่างดีครับ

สิ่งที่ผมเห็นความเป็นอ.เด่นชัดในเรื่องนี้ก็คือการใส่ดราม่าให้เนื้อเรื่องมันมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าปกติ การให้แอสโตรเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่รู้ที่มาที่ไปมาก่อนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของคำว่าครอบครัว อันทำให้เขายึดติดและทุ่มเททุกอย่างให้กับครอบครัวที่เขาสร้างนี้ ดูเผินๆ มันก็เป็นดราม่าที่เห็นได้ทั่วไปนะครับ แต่การใส่ดีเทล์อันเป็นเอกลักษณ์และสไตล์ที่เราจะเห็นการเล่าเรื่อง ปูเรื่องและอุ้มเรื่องแบบของอ.แบบเดียวกันนี้เด่นชัดในเรื่อง Hero เป็นอย่างมาก ซึ่งสำหรับผมการใส่ดราม่าและอุ้มให้มันสนุกได้อย่างนี้เป็นลายเซ็นต์ของอ.ไปแล้วครับ มันไม่ง่ายเลยนะครับที่จะใส่ความดราม่าให้มันพอดี ไม่มากไปน้อยไปในเนื้อเรื่องสายหลักที่พูดถึงการต่อสู้และไม่ทำให้คนอ่านอย่างผมรู้สึกรำคาญ หรือรู้สึกหนักไปเบาไป หรือรู้สึกว่ามันไม่เกี่ยวกันหรือเปล่าฟะ อะไรแบบนี้ ซึ่งเรื่องนี้ทำได้ดีครับ และทำได้ดีสุดๆในเรื่อง Hero ในปัจจุบันครับ

การผูกเรื่องและโยงเรื่องราวไปมาในเรื่องนี้ผมค่อนข้างชื่นชอบเป็นพิเศษครับ มันเรียบง่ายแต่มันเกี่ยวข้องกันและทำให้เรารู้สึกไปกับเรื่องที่เราอ่านได้ดี และช็อตที่วางไว้โดยไม่รู้ตัวในตอนต้น มาเฉลยกันในตอนท้ายช็อตพวกนี้ก็ทำได้ดีมากๆเลยครับ เป็นการผูกเรื่องที่ไม่คิดว่ามันจะเป็นประเด็นทำให้เราโอเคกับมันตอนท้ายได้ เพราะการผูกแบบนี้ ผมเซ็งมาเยอะต่อเยอะในการ์ตูนหลายๆเรื่องแหละ แต่แปลกที่เรื่องนี้ผมกลับชอบและไม่ด่าในใจไปนะครับ 5555 ซึ่งบอกเลยว่ามันไม่ง่ายเลยนะแบบนี้ แม้ไอ้เงื่อนไอ้ที่ผมว่านี้มันจะเป็นมุกที่เชยแสนเชยมาก แต่ในเรื่องดีมากครับบอกเลย แต่ก็นะไม่รู้ว่าโจทย์เรื่องนี้มันต้องเขียนเป็นเรื่องสั้นอยู่แล้วหรือเปล่า มันเลยทำให้จบในแค่ 2 เล่มแบบที่ผมว่าสามารถไปต่อได้อีกนะ หรือเพราะมันไม่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่นมันถึงโดนตัดจบ ตอนจบมันเลยดูค้างๆ คาๆ กันไปพอสมควร แต่ก็ว่าไม่ได้นะครับ เพราะแม้ผมจะชอบในหลายๆเรื่อง แต่ก็มีในหลายๆเรื่องที่รู้สึกว่ามันไม่โอเค อย่างการที่ให้ แอสโตร ของเราที่จะต้องไปต่อสู้กับเหล่าต่างดาวที่มารุกรานดาวของเขา ด้วยการเดินทางกับอัศวินคู่บัลลังค์มากความสามารถ แต่มันแค่ 2 คนเองนะ 5555 ปกป้องดวงดาวแค่ 2 คนตรูละหน่าย แม้ว่าจะมีอาวุธทรงอำนาจที่ทุกคนฝันถึงและเป็นเป้าหมายในการจะครอบครองดาวดวงนี้ของชาวต่างดาวก็เหอะ แต่ด้วยความสามารถของแอสโตรมันก็ดูไม่เข้าท่าอยู่ดีแหล่ะครับ และอาวุธที่อยากได้นักหนา ผมว่ามันก็ไม่ได้เวอร์วังอลังการแบบที่คิดแบบ ระเบิดตูมทั้งเมืองก็ไม่ใช่ ผมว่าประเด็นตรงนี้แหละที่มันอ่อนและไม่สมดุลกับความน่าจะเป็นครับ

อีกเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้ก็คือลายเส้นครับ ด้วยความที่อ.มีลายเส้นที่อ่านง่ายคนนึง วาดได้เนียนตาและไม่รกคนอ่านมาก ผมเลยค่อนข้างชอบลายเส้นของอ.เขานะครับ แม้ไม่เด่นสุดๆ แต่มีเอกลักษณ์และเมื่อหยิบจับมาเมื่อไหร่ผมว่ามันจะลื่นไหลไปกับเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดีครับ

บัลจ์เรื่องนี้นั้น ออกมาทั้งหมด 2 เล่มจบตามที่บอกครับ โดย สนพ เนชั่น ซึ่งต้องหามือสองอ่านกัน โดยหาได้ไม่ยากไม่ง่ายซักเท่าไหร่ครับ ด้วยความเงียบของมันจึงต้องหาจังหวะถึงจะมีคนเอาออกมาขายครับ

กล่าวโดยสรุปก่อนจากกันเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครเป็นแฟนอ.เขาห้ามพลาดครับเพราะมันมีกลิ่นอายและการนำเสนอที่เป็นแบบฉบับของอ.มากเลยครับ โดยเรื่องนี้จะเน้นสายสัมพันธ์กับคำว่าครอบครัวเป็นอย่างมาก ก็แน่แหล่ะครับเรื่องนี้เป็นเรื่องก่อนหน้าเรื่องสุดดังในปัจจุบันที่ออกห่างกันไม่เท่าไหร่ และมีสไตล์ความดราม่าที่คล้ายกันมาก เพราะฉะนั้นใครชอบแนวนี้ หรือชอบงานของอ. เรื่องนี้จึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ อ่านง่ายอ่านไว้ แป๊ปๆก็จบเรื่องแล้วครับ แนะนำครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *