ในเรื่องนี้มันจะมีประโยคประโยคนึงถูกพิมพ์เอาไว้ที่สันหนังสือด้านในปกหน้าในทุกๆเล่ม ซึ่งควรเอามาตีความไหมผมก็ไม่แน่ใจ ประโยคนั้นคือ ผมขอมอบการ์ตูนเรื่องนี้แด่เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงที่กำลังถูกกลั่นแกล้ง ตอนที่เริ่มเป็นวัยรุ่น และเด็กผู้ชาย และเด็กผู้หญิงที่เคยถูกกลั่นแกล้งตอนที่เริ่มเป็นวัยรุ่นครับ เมื่ออ่านประโยคนี้เสร็จ เข้าใจละว่านี่คือเรื่องของการถูกกลั่นแกล้งในสังคมญี่ปุ่น
ซึ่งหลังจากผมอ่านจบแล้ว ผมว่านี้เรื่องของการค้นหาตัวตนของเด็กกลุ่มนึง ซึ่งมีความต้องการและการค้นหาตัวตนที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้มันได้นำพาเรื่องราวใหญ่โตให้เกิดขึ้นในเมืองที่มีขนาดเล็กเมืองนึง

เรื่องเริ่มขึ้นในเมืองเล็กๆเมืองนึง คะสุเกะเป็นเด็กชั้น ม.2 ปกติทั่วไป สิ่งที่ชอบก็คืออ่านหนังสือตีความยากๆที่เด็กรุ่นเดียวกันมักไม่อ่านกัน และตัวคะสุเกะก็แอบชอบ ซาเอกิ เพื่อนร่วมชั้นที่น่ารักและเรียนเก่ง อย่างหาที่ติไม่ได้ จนวันนึง คะสุเกะเองต้องกลับมาในห้องเรียนหลังเลิกเรียนเพื่อมาหยิบหนังสือเล่มโปรดที่ลืมไว้ที่ห้องเรียน ก็พบว่า ที่พื้นห้องเรียนนั้นมีถุงเก็บชุดพละของใครบางคนตกอยู่ เขาคงไม่เก็บขึ้นมาหากไม่เหลือบไปเห็นว่ามีชื่อของ ซาเอกิ ติดอยู่บนถุงนั้น ทำให้เขาห้ามใจที่จะไปหยิบเสื้อผ้าชุดพละของที่คนที่แอบชอบไม่ได้ และเขาก็เปิดถุงนั้นออกเพื่อจะได้เห็นชุดที่คนที่เขาชอบใส่ ขณะนั้นเองมีเสียงดังเล็กๆเกิดขึ้นให้เขาได้ยิน เขาตกใจ รีบเก็บชุดพละใส่ถุงแล้ววิ่งออกไปจากห้องพร้อมถุงใบนี้กลับบ้าน

ความรู้สึกผิดยังคงอยู่ในใจเขาโดยที่เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีกับเรื่องแบบนี้ เขาก็พบว่าเรื่องที่ถุงชุดพละของซาเอกิหายนั้น รู้ไปถึงหูของอาจารย์ ทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต และเพื่อนๆทุกคนเริ่มพูดถึงเรื่องนี้กันว่าใครนะที่เป็นคนขโมยไปต่างๆนาๆ เขาเริ่มคิดที่จะนำชุดนี้ไปคืน แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงและจะบอกยังไงให้ ซาเอกิ ไม่รู้สึกว่าเขาเป็นคนโรคจิต และตอนนั้นเขาก็ได้รู้ว่า นากามุระสาวแว่นผู้มีพฤติกรรมแหวกแนวที่สุดในห้อง ผู้ที่มองคนอื่นเป็นหนอนโสโครกนั้น รู้ว่าตัว คะสุเกะนั่นเองที่ขโมยชุดพละ ซาเอกิ ไป นากามุระ ยื่นเงื่อนไขว่าจะไม่บอกใครให้รู้ แต่ตัวคะสุเกะ นั้นต้องถูกนากามุระขโมยสิ่งสำคัญบางอย่างไป และนี่คือเรื่องราวของเด็กสามคนที่จะนำพาการเปลี่ยนแปลงในชีวิตไปตลอดกาล

ด้วยเนื้อหาที่หม่นๆ บรรยากาศในการวาดที่พยายามให้ดูหดหู่ในหลายๆครั้ง ประกอบกับการเล่าเรื่องและลายเส้นที่ต้องการให้ดูหยาบๆในหลายๆตอน เรื่องนี้ได้สร้างบรรยกาศที่แตกต่างกับในเรื่องหลายๆเรื่องครับ

ถ้าพูดถึงเรื่องลายเส้นเรื่องนี้ไม่ได้วาดสวยอะไรมากมายนะครับ หลายๆครั้งสัดส่วนตัวละครก็ไม่ตรงกับที่เคยวาดมา แต่ได้ตรงลายละเอียดการวาดฉากหลัง ที่แม้ดูดิบแต่เข้ากันได้ดีกับเนื้อเรื่องอย่างนี้ทำให้เมื่อเราอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ไป เราจะจินตนาการได้เห็นภาพอย่างชัดเจนมากขึ้น

แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ออกทางจิต หลายๆฉากๆ หลายๆครั้งๆ หลายๆเหตุผล จึงตีความออกมาแล้วแต่คนอ่านครับ ผมจะมีหลายๆฉากที่ไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอก อย่าง คะสุเกะ ที่ถูก นากามุระ จับได้ว่าเป็นไอ้โรคจิต ไอ้ตัวสกปรกนั้น มีหลายๆครั้งที่ ตัวคะสุเกะ เองตอบรับการเรียกขานแบบนี้ด้วยการกระทำ แม้ นากามุระ ไม่ได้บังคับ จนผมไม่แน่ใจว่า คะสุเกะ ชอบอะไรแบบนี้จากก้นบึ้งจิตใจของเขาอยู่แล้วหรือเปล่า เพราะการกระทำหลายๆอย่าง ถ้าเป็นผมหรือคนอื่นอาจจะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงไปในอีกทางอย่างไม่ยากเย็น

เรื่องนี้เป็นสไตล์อ่านเรื่อยๆ แล้วจะค่อยๆพีค พอถึงระดับนึงเราต้องมาคอยลุ้นผลลัพธ์ว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน แล้วตัวละครจะทำอะไรต่อ โดยมุมมองของผมแล้วนี่คือเรื่องราวการค้นหาตัวเอง การยอมรับตัวตน และการแก้ไขปัญหาหรือหาทางออกโดยไม่มองแค่ตัวของตัวเองเป็นที่ตั้งเท่านั้นครับ

เรื่องนี้เขียนโดย อ.โอชิมิ ชูโช ครับ ในไทย สนพ วิบูลย์กิจเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ครับ ออกมาทั้งหมด 11 เล่มจบครบถ้วน มือหนึ่งยังหาได้ในหลายๆร้านหนังสือหาไม่ยากครับ

นี่เป็นอีกเรื่องที่มีเนื้อหาแปลก และ มีการสื่อสารเนื้อหาที่ค้นข้างหม่นหมองพอสมควร แต่ด้วยการเริ่มต้นและบรรยากาศที่หม่นหมองนี้เอง ตอนท้ายเรื่องเมื่อทุกอย่างเจอทางออกของมันแล้ว ปลายเรื่องจึงสว่างสดใสอย่างมาก ทำให้เรารู้สึกอิ่มและจบได้ในเรื่องนี้ครับ
แนะนำนะครับ สำหรับคนหาหนังสือทางเลือก ลองอ่านดูแล้วตีความดูว่าคุณคิดเห็นเป็นอย่างไรครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *