วัยกระเตาะ ตึ่ง ตึง ตึ้ง เรื่องนี้นั้นเป็นการ์ตูนสายทางเลือกที่นำดนตรีคลาสสิคเข้ามาเขียนและนำเสนอเป็นเนื้อหาหลักเลยนะครับ อย่างที่เคยบอกไปในรีวิวเรื่องอื่นที่ว่า การ์ตูนดนตรี มันยากนะครับ ที่จะทำให้เรารู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่องได้ เพราะมันมีแค่ตัวหนังสือและภาพ เสียงมันไม่มีหรอกนะครับ ไอ้ตอนทีตัวเอกกำลังอินกับการดีดเปียโนแล้วคนอื่นซาบซึ้งกับเสียงที่ได้ยินนั้น เราไม่ได้ยินด้วยหรอกนะ เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้เราอินทั้งๆที่ไม่ได้ยินเสียงในการ์ตูนที่ใช้เสียงดนตรีเป็นแกนหลักนั้น

ถ้านำเสนอไม่ดีจริง ทำไม่ได้หรอกนะครับ แต่เรื่องนี้พาไปเกินกว่าที่คิดไว้เยอะครับ มันไปถึงจุดที่ว่าแม้หลับตานึกถึงฉากนั้นเราก็ยังอินกับเรื่องในตอนนั้นอยู่ครับ ด้วยการนำเสนอที่เรียบง่ายในแต่ละฉาก เนื้อหาที่ชวนน่าติดตาม และเอาใจลุ้นทุกตัวละคร ความเป็นมาของตัวเอกที่เราคนอ่าต้องเอาใจช่วย

ผมว่ามันมีครบหมดในมังงะดีๆซักเล่มครับ และอีกสิ่งนึงที่ผมรู้สึกได้ว่าผู้เขียนสื่อออกมาได้ดีมากคืออารมณ์ตอนเด็กและเพื่อนๆของตัวเขาที่บางทีเราอ่านไปอาจไม่เข้าใจเหตุผล เพราะนั้นคือความคิดแบบเด็กๆ ที่เราจะเอาเหตุผลจากมุมมองผู้ใหญ่มาตัดสินไม่ได้ ซึ่งอาจจะดูน่ารำคาญแต่ถ้าเราคิดว่าเรากำลังรู้จักเด็กๆอยู่ละก็จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งหลายฉาก

อ.ผู้เขียนตั้งใจจะเขียนฉากงอแงหรือการไม่รู้เหตุผลของเด็กๆแทนที่จะเลี่ยงเขียนเพื่อให้มังงะมันดูกระฉับหรือเหตุผลแน่นขึ้นนั้น มันสื่อออกมาถึงมุมมองที่ต้องการจะให้คลอบคลุมถึงตัวเอกซึ่งเป็นเด็กในจังหวะนั้นจริงๆ แบบนี้แหละครั้บที่ผมอ่านและรู้สึกชมความตั้งใจของคนเขียนที่ต้องการนำเสนออย่างนี้ครับ

อีกสิ่งนึงที่เป็นความท้าทายสำหรับการ์ตูนแนวดนตรีคลาสิคนี้ก็คือการที่ดนตรีแขนงนี้มันไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเราๆท่านๆ อย่างดนตรี ป๊อป ร็อค หรืออะไรก็ตามครับ มันยังคงเป็นดนตรีของคนเฉพาะกลุ่มหรือคนระดับสูงอยู่ เราจะอินยากกว่าดนตรีที่เราได้สัมผัสอยู่ทุกวัน แต่ปัญหาที่ผมกล่าวไปนั้น ไม่มีปัญหากับเรื่องนี้เลยครับ เพราะอย่างที่บอกว่า อ.ผู้เขียนนำเสนอออกมาได้อย่างสนุกและครบรสอย่างไม่น่าเชื่อ การวางปัญหาและความท้าทายลงไปทุกตัวละครทำได้อย่างเนียน ไม่ได้ดูเยอะหรือน้อยไป การแก้ไขปัญหาก็ทำออกมาได้ดูสนุก เราไม่รู้สึกขัดการผ่านอุปสรรคต่างๆของทุกตัวละครเลยครับ

เนื้อเรื่องเรื่องนี้จะเปิดฉากด้วยการมาของ นักเรียนใหม่จากโตเกียว ชื่อ อามามิยะ ชูเฮ ที่ย้ายเข้ามาในโรงเรียนชนบทเล็กๆแห่งนึง ด้วยเนื่องจากต้องตามครอบครัวมาเพื่อรักษาตัวในท้องที่ห่างไกลเมืองแห่งนี้ ชูเฮเกิดในครอบครัวนักเปียโนชื่อดัง เขาจึงถูกฝึกให้หัดเปียโนตั้งแต่เด็ก และนี่เป็นจุดที่ทำให้เขาดูป๊อปในกลุ่มเด็กหญิงแต่ก็สร้างความไม่ชอบให้กับเด็กชายป.5/3ในห้องเดียวกันเหมือนกันครับ จึงหาทางแกล้งเขาด้วยการท้าให้เขาไปทดสอบความกล้าด้วยการไปดีดเปียโนที่อยู่ในป่าใกล้ๆ ในตอนกลางคืน หากทำได้จะยอมรับ ชูเฮ เข้ากลุ่ม แต่ในขณะที่ชูเฮกำลังทำตัวไม่ถูกเพื่อนชื่อ ไค ที่อยู่ในห้องก็ออกมาปกป้องชูเฮ จนทำให้เกิดการต่อยตีกันระหว่างเด็กผู้ชายในห้องเรียน และนี่คือการเจอกันครั้งแรกของ ชูเฮ กับ ไค เด็กน้อย 2 คนที่จะเป็นทั้งเพื่อน คู่แข่ง และแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน

ตัวละครหลักที่สำคัญในเรื่องนี้คือ ไค นะครับ แม้ผมจะเกริ่นถึง ชูเฮ มากไป แต่เพราะชูเฮก็เป็นตัวละครหลักที่แสดงออกถึงความเป็นสามัญชน และตัวละครที่รับแรงกดดันด้วยตัวเขาเองและความคาดหวังจากสังคมรอบด้าน ด้วยเกิดในครอบครัวนักเปียโนชื่อดัง ตัวเองจึงมีหนทางเดียวกันกับพ่อเท่านั้นที่ต้องทำให้ได้ และเมื่อเจอไค เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีแม่เลี้ยงชีพด้วยการขายตัวแล้วละก็ มันก็คนละชั้นเลยนะครับ ชูเฮ ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกครับ แต่ปัญหาที่ทำให้เกิดเรื่องดีและเรื่องเครียดมาก็คือ ไค นั้นเป็นเด็กผู้เกิดมาเพื่อบรรเลงบทเพลงอันไพเราะให้โลกใบนี้ได้ยินอย่างแท้จริง ด้วยการเล่นเปียโนในป่าที่บอกไปนั้น แม้เปียโนจะมีปัญหาบางอย่าง แต่ไคก็เล่นได้มาตลอด และเมื่อ ชูเฮ ตะหนักถึงพรสวรรค์อันเกินตัวเองของไค เรื่องราวก็จะทำให้เราได้รับรู้ถึงเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์และแสนสนุกของทั้งสองคน ในโลกแห่งเสียงเพลงที่จะกล่อมโลกใบนี้ให้มีแต่ความสุขต่อไปครับ

อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้มีการนำเสนอที่สนุกมากๆ ด้วยการผูกเรื่องได้น่าติดตาม เราจะยิ่งอยากรู้ว่าเรื่องของไคจะออกมาเป็นแนวไหน เพราะด้วยมุมมองของเด็กอย่างไคนั้น ย่อมไม่ตะหนักถึงความสามารถที่ตัวเองมีว่าจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของตัวเองได้อย่างไร แต่ตัวชูเฮเองกลับได้แรงกระตุ้นที่อยากจะก้าวหน้ามากกว่าที่ตัวเองเป็นอยู่จากไค ในขณะที่ชูเฮเองนั้นก็รู้ว่า พรสวรรค์ กับ ความสามารถแต่กำเนิดของไคในด้านเปียโนนั้นเหนือล้ำกว่าเขามากแค่ไหน ซึ่งเป็นการสื่อถึงความเป็นเด็กในวัยเดียวกันที่รับรู้ถึงอนาคตและเป้าหมายในชีวิตของตัวเองได้เป็นอย่างดีครับ

ปัญหาและอุปสรรค์ในเรื่องนี้ก็มีมากมายให้เรามานั่งลุ้นครับ แม้จะดูหนัก แต่จะมีตัวละครผู้ใหญ่หลายๆคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้เรารู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่ตัวละครบางตัวคิด และโลกแห่งเสียงดนตรีนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงโลกของใครหลายๆคนได้อย่างที่ไม่คาดคิดได้ในมุมมองของเด็กๆอย่างตัวไค เอง ซึ่งอุปสรรค์และปัญหาเหล่านี้จะทำให้เราเติบโตไปพร้อมกับไคเมื่อเราอ่านไปเรื่อยๆ ตรงนี้เองที่เป็นจุดที่ทำให้ผู้อ่านอย่างเราสนุกไปพร้อมกับตัวละครด้วยครับ

เรื่อง วัยกระเตาะ นี้พิมพ์ออกมาในเมืองไทย ตั้งแต่ปี 2544 โดย สนพ เนชั่นครับ โดยผู้เขียนคือ อ.อิชิกิ มาโคโตะ ที่เคยมีการ์ตูนแนวเด็กออกมาแล้วครับ ปัจจุบันปี 2561 สนพ ก็ยังพิมพ์ออกมาถึงแค่เล่มที่ 20 ครับ ซึ่งหลายคนก็ปลงแล้วว่าลอยแพแน่นอนครับ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก เพราะเป็นการ์ตูนฟิลกู๊ดที่เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดีไม่มีพิษมีภัยกับใครเลยครับ

แม้ผมจะบอกว่าเราน่าจะไม่ได้เห็นเล่มจบของเรื่องนี้ในไทย แต่ตัวผมก็ยังแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ทุกๆท่านหาเรื่องนี้มาอ่านกันครับ เพราะมันเป็นการ์ตูนที่ควรอ่านอย่างมาก ด้วยการนำเสนอและเนื้อหาที่ทำให้เราอินได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งการที่จะทำให้นักอ่านที่อ่านมาเยอะมากอย่างผมสัมผัสได้นั้นแม้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นเมื่อผมเจอการ์ตูนดีๆอินเข้าไปข้างในได้ขนาดนี้อย่างเรื่องนี้แล้วนั้น ทำไมผมจะไม่แนะนำให้คุณหาอ่านละครับ จัดเลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *