เพลงรักสองหัวใจนี้ นำเสนอเรื่องของ อาริมะ โคเซย์ เด็กน้อย ม.ต้นใส่แว่นคนนึงที่ใช้ชีวิตปกติทั่วไป โดยมีเพื่อนหญิงแก่นแก้วชื่อ สึบากิ และเพื่อนชายเนื้อหอม วาตาริ เป็น 2เพื่อนที่อยู่ข้างกายตลอดเวลา วันเวลาที่ผ่านไปดูเหมือนเชื่องช้า แต่หากมีคำพูดของ สึบากิ ที่พูดออกมาว่า ฉันคิดว่าโคเซย์ ตอนที่เล่นเบียโน ดูเท่มากเลยนะ นำพาความทรงจำอันเจ็บปวดของ โคเซย์ ย้อนกลับมา วันเวลาในอดีตที่ให้โลกแห่งดนตรี รู้ว่า มีนักเปียโนวัยเด็ก อัจฉริยะ คนนึงกำเนิดขึ้น และคว้ารางวัลต่างๆมาอย่างมากมาย วันเวลาอันรุ่งเรื่องช่วงนั้น ต้องแรกมาด้วยการฝึกฝนอย่างเข้มข้นและรุ่นแรงตลอดเวลา โดยมีคุณแม่ของ โคเซย์ที่เป็นนักเปียโนคนเก่งคนนึงเป็นคนคอยฝึกสอนอย่างไม่เห็นว่าคนที่เธอสอนอยู่นี้คือลูกของเธอ จนในที่สุดก็นำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ส่งผลต่อตัว โคเซย์อย่างรุนแรง เมื่อความรุนแรงของการสอนถึงขีดสุด และ การจากไปของแม่ของโคเซย์ สิ่งเหล่านี้ทำให้จิตใจของโคเซย์เกินจะรับไหว จนนำไปสู่ความผิดปกติทางการได้ยิน … โคเซย์นั้น ไม่อาจจะได้ยินเสียงเปียโนที่ตัวเองเล่นได้อีกต่อไป และหลังจากนั้นโลกแห่งดนตรี ก็ไม่เคยได้ยินเสียงเปียโนของ นักดนตรีเด็กอัจฉริยะ นามโคเซย์อีกเลย

แม้ชีวิตในทุกๆวันของโคเซย์ในโลกของเด็กม.ต้นจะค่อยๆผ่านไปพร้อมกับเพื่อนสนิทที่คอยอยู่ด้วยกันและช่วยเหลือกันในทุกด้าน จนในวันหนึ่ง สึบากิก็ชวนโคเซย์ไปรู้จักสาวคนใหม่ที่ชอบ วาตาริ หนุ่มหล่อของเรา มันก็คือการไปเที่ยวกลุ่มบังหน้าเพื่อให้สาวคนนี้ได้เดทกับวาตารินั่นเอง โคเซย์ไม่มีปัญหา เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาได้พบกับสาวน้อยนาม คาโอริ แล้ว โลกของโคเซย์จะเปล่งประกายอีกครั้งพร้อมกับเสียงไวโอลินที่จะเปิดโลกใบเก่าและเปิดเสียงในจิตใจของเขาให้ตัวเขาเองนั้นได้ยินอีกครั้ง

สิ่งที่ผมชอบเป็นอย่างมากในมังงะเกี่ยวกับดนตรีเรื่องนี้คือการนำเสนอที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ที่มีไปทั้งเรื่องได้อย่างรื่นไหลและทำให้เราคนอ่านเชื่อ และคล้อยตามให้คนอ่านอย่างเราเชื่อว่า ตัวละครแต่ละคนในเรื่องนั้นกำลังเจอกับอะไรและเพราะอะไร มันเป็นเหตุและเป็นผลทำให้เราเชื่อได้อย่างไม่ยาก และความอ่อนไหวที่มีอยู่ทั้งเรื่องนั้นมันเหมาะมากกับเรื่องเกี่ยวกับดนตรี และยิ่งเป็นดนตรีคลาสิคอย่าง เปียโนและไวโอลินแล้ว แม้เราจะไม่ค่อยได้ฟังเพลงแนวนี้ หรือ ไม่ได้ยินเสียงดนตรีที่ตัวละครกำลังบรรเลง แต่เราก็รู้สึกได้ถึงอารมณ์และความหมายที่เขาต้องการจะสื่อได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งเรื่องนี้ถ้าคนเขียนไม่ถึงจริงผมว่าได้ตายคาที่ครับเพราะมันเป็นแกนหลักของการนำเสนอเรื่องแนวนี้เลย

ความทุกข์และปัญหาที่โคเซย์ต้องเจอตั้งแต่ต้นเรื่องนั้น ทำให้การคลี่ปมหรือการฝ่าออกมาให้ได้นั้นเป็นเรื่องที่หากวิธีแก้ออกมาได้เห่ย หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ ผมคาดว่าคนอ่านอย่างเราๆคงได้วางหนังสือทิ้งแน่ แต่อย่างที่บอกว่า อ.ผู้เขียนเก่งทั้งการวงปม และ การคลี่คลายปม รวมถึงนำเสนอให้เรารู้สึกถึงความหนักแห่งปัญหานั้นๆ ได้เป็นอย่างดีครับ

ตัวละครแต่ละตัวที่เขียนมานั้น เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากทุกตัวเลยครับ น่าจดจำและมีความหมายในทุกๆตอน ซึ่งในเรื่องนี้จะไม่มีตัวละครส่วนเกินมาให้เรารกสมองที่จะจำ และเพราะอ.ผู้เขียนให้ความหมายในทุกตัวละครที่วาดมา เราจึงเห็นบทบาทที่สำคัญแตกต่างกันไปในตัวละครให้เรารู้สึกว่ามันขาดตัวละครซักตัวไม่ได้เลยครับ อันนี้ขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่งครับ และอีกอย่างในเรื่องของตัวละครก็คือเราจะไม่เจอตัวร้ายด้านลบในเรื่องนี้ออกมาเลยครับ ตัวละครที่เป็นคู่ปรับกันในแต่ละตัวก็มุ่งเน้นเอาความเป็นคู่ปรับมาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเพื่อใช้ในการแข่งขันซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากครับ และแม้เรื่องนี้จะมีปมเยอะแต่การนำเสนอตัวละครในแต่ละตัวให้มีบทบาทและมิติทั้งด้านดราม่าและตลกในทุกตัวละครทุกบทบาทได้อย่างกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ ผมเลยกล่าวได้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้ตัวละครมีมุกตลกที่เรียกเสียงฮาของคนอ่านได้อย่างดีไม่แพ้บทดราม่าเลยครับ

บทพูดเป็นอีกเรื่องที่ผมชอบมาก บทพูดในแต่ละคน แต่ละตอนเขียนออกมาได้อย่างมีความหมาย ผมอ่านแล้วสามารถนำมาคิดตาม หรือมานั่งคิดถึงความหมายที่ลึกขึ้นไปในแต่ละตอนได้อีก โดยที่เราไม่เบื่อในคำพูดเหล่านี้ครับ

ส่วนลายเส้นของเรื่องนี้ ผมค่อนข้างชอบพอสมควรครับ คือด้วยลายเส้นที่ดูสะอาดตาแต่เต็มไปด้วยลายละเอียดที่มีอยู่ครบ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมว่าเขาต้องใช้เวลาในการเขียนไม่ใช่น้อยแน่เลย เพราะการทิ้งฉากให้ขาวโดยไม่มีความหมายในเรื่องนี้น้อยมากครับ ผมถือว่าเป็นลายเส้นที่น่าอ่านและดูสบายตาคนนึงเลยทีเดียว

เรื่องนี้เขียนโดย อ.นาโอชิ อาราคาวะ โดยมีทั้งหมด 11 เล่มจบอย่างไม่ยืดเยื้อให้เราเหนื่อยใจ พิมพ์ออกมาโดย สนพ วิบูลย์กิจครับ โดยทั้งหมดนี้สามารถหาซื้อมือหนึ่งได้ในร้านหนังสือทั่วไปครับ ยังหาได้ง่ายอยู่ครับ

นี่เป็นอีกเรื่องนึงที่ตัวผมเองไม่เคยอ่านผลงานของอ.อาราคาวะ มาก่อน ซึ่งหลังจากที่อ่าน ก็สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับผมครับ ผลงานต่อไปผมต้องมองหามาอ่านอีกแน่ๆ กล่าวโดยสรุป นี่คือเรื่องที่จะสื่อโลกแห่งดนตรี โลกแห่งอารมณ์ โลกมิตรภาพ ออกมาให้เราสัมผัสอย่างเบาและรุนแรงในคราวเดียวกัน ด้วยเนื้อหาที่ออกจะดูหนักและดราม่าไม่ใช่น้อย แต่ก็ทำให้เรารู้สึกมีความสุขเมื่อได้อ่านอย่างไม่ยากเย็น แม้เราจะไม่อาจได้ยินเสียงดนตรีที่ตัวละครต้องการจะสื่อให้เราได้ยินก็ตาม
แนะนำอย่างมากครับเรื่องนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *