นิโก้ เป็นเด็กสาวผู้มากความเก่งทางด้านสมอง มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์และเรื่องวิชาการยากๆมากมาย เธอคือหนึ่งในประชาชนที่อยู่ในเมืองเซ็นโซลัม มหานครที่ถูกปิด? เมืองนี้เป็นเมืองที่ทุกอย่างควบคุมจากกฎระเบียบอันเข้มข้น โดยเด็กทุกคนเกิดจากการผสมเทียมและอาจมีการตัดต่อพันธุ์กรรมบางอย่างเพื่อความสามารถบางประการ ด้วยความที่เกิดจากการผสมเทียมนี้เอง พวกเขาจึงไม่มีพ่อแม่ แต่ส่วนกลางก็มอบ “พับเพ็ต” สิ่งประดิษฐคล้ายมือถือให้ เจ้าสิ่งนี้จะแสดงภาพเป็นสัตว์ต่างๆตามที่ถูกระบุไว้ โดยพวก พับเพ็ต นี้ก็เหมือนพี่เลี้ยงของเด็กเหล่านี้ก็ว่าได้ เพราะต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา คอยแนะนำ สอนสิ่งที่ควรและไม่ควร กฎระเบียบทางสังคมในเมืองเซ็นโซลัมนี้ จะเรียกว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็ว่าได้ และจึงไม่แปลกที่จะบอกว่า พับเพ็ต นี้ก็เป็นเสมือนพ่อและแม่ของเด็กพวกนี้นั่นเอง

ด้วยความที่ทุกคนต้องมีพับเพ็ตด้วยข้อบังคับตั้งแต่เกิด พับเพ็ตจึงเหมือนตัวกลางในการสื่อสารระหว่างประชาชนทุกคนกับรัฐ อะไรที่ทำผิดหรือทำถูกรัฐก็รู้หมดทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยหากทำผิดกฎหรือข้อห้ามสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการตัดคะแนนสิทธิมนุษย์ซึ่งแต้มนี้จะมีผลต่อการใช้การสาธารณูปโภคต่างๆพื้นฐานที่รัฐได้จัดเตรียมไว้ให้ประชาชน อาทิเช่น หากถูกตัดแต้มถึงจำนวนนึงก็อาจไม่สามารถใช้บริการรถไฟได้เพราะตั๋วจะไม่ออกมาให้ แต่ถ้าหนักสุดเมื่อแต้มเหลือ 0 สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการถูกเนรเทศออกจากเมืองไปยัง “พื้นที่ร้าง” พื้นที่ที่ไม่มีอยู่ในแผนที่ใน GPS ของพับเพ็ต. แต่ด้วยการมาของเด็กผู้ชายหน้าใหม่คนนึงทำที่ได้ไปสะดุดตานิโก้และทำให้สนใจเขา จนนำไปสู่เหตุผลบางอย่างที่ทำให้ พับเพ็ต กลับบอกกับนิโก้ ว่าให้ตามเด็กผู้ชายคนนี้ไปว่าเขาอยู่ที่ไหน และเมื่อเธอเดินตามไปก็พบว่า ปลายทางที่เด็กคนนั้นเดินไปกลับเป็น พื้นที่ร้าง ที่ที่ไม่มีแผนที่ปรากฏอยู่ และนี่คือการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ทำให้เธอรู้จักโลกที่เธอไม่รู้จัก และการต่อสู้ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของตัวเธอและเมืองที่เธอรู้จัก

เมืองอารยะซีโร่วัน ไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่สลับซับซ้อนหรือซ้อนเงื่อนกันซักเท่าไหร่ครับเพราะเนื้อหาหลักคือการต่อสู้ระหว่างกลุ่มคนที่ถูกเนรเทศ กับ ผู้นำของเมืองที่ใช้กฎในการปกครอง เพียงแต่เหตุการณ์แต่ละอย่างมันดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและน่าสนใจในรายละเอียดปลีกย่อยครับ ตัวละครหลักๆ ที่ดำเนินเรื่องแบ่งเป็นกลุ่มและก๊กกันมากมาย เอาแค่ในฝั่งของผู้ถูกเนรเทศก็มีคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายคนหลายกลุ่ม ด้วยเนื้อ พื้นที่ร้าง นี้มีขนาดใหญ่พอสมควร มีทั้งผู้อยู่อาศัยเก่าแก่และผู้มาใหม่ ทำให้มีการแบ่งเขตการปกครองไม่แตกต่างจากเมืองทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกเขตมีปัญหาคือความอดอยาก เพราะพื้นที่ร้าง แม้จะอิสระ แต่ก็ไม่ได้มีทรัพยากรหรืออาหารให้เพียงพอกับทุกๆฝ่าย แน่นอนการปะทะกันมีบ้างปะปราย แต่เท่าที่เห็นคือทุกคนยอมรับสภาพและพยายามคงความเป็นกลุ่มไม่ให้เกิดปะทะใหญ่กันเองในหมู่ผู้ปกครองพื้นที่ร้างครับ

นั่นคือสิ่งที่เรื่องเล่าและผมอ่านมาเรื่อยๆ แต่ขณะที่ผมคิดว่ามันแค่นั้นก็เริ่มมีการเล่าถึงอะไรบ้างอย่างที่ไม่ใช่อย่างที่ผมคิดซะทีเดียว ซึ่งเป็นดีเทล์ที่ผมรู้สึกว่าเออก็คิดได้นะ เพราะเหตุผลในการรวบรวมคนในพื้นที่ร้าง ทีแรกเข้าใจว่าเป็นเพราะคนในพื้นที่จริงๆ แต่กลับเป็นทางฝั่งเมืองที่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างของเหล่าผู้นำที่มีชีวิตยืนยาวครับ เออก็ผูกเรื่องกันได้นะแบบนี้. สิ่งที่ อ.ทาดาโนะ ต้องการสื่อสารหรือแกนของเรื่องนี้ก็คือ เสรีภาพจากการกำหนดให้ ซึ่งถูกกำหนดตั้งแต่เกิดเลยและยังต้องคอยทำตาม พับเพ็ต ที่ต้องเรียกว่าเป็นเสมือนพ่อและแม่ของแต่ละคน เพราะเป็นธรรมดาที่เด็กเมื่อโตมากับคำสอนที่ถูกโปรแกรมแล้วของพับเพ็ตย่อมจะต้องทำตามเป็นธรรมชาติ แน่นอกมันอาจไม่ 100% ที่ทุกคนจะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นหากใครที่ทำไม่ตรงกับที่บอกไว้การถูกเนรเทศเป็นสิ่งลงโทษที่จะต้องถูกทำให้เกิดขึ้นกับคนๆนั้น

อย่างนี้ถ้าเป็นโลกเราตอนนี้คงบอกว่าเฮ้ย ไอ้นี่ไม่ใช่ประชาธิปไตยนะ แต่ในโลกของเมืองเซ็นโซลัมนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะทุกคนโตมากับระบบแบบนี้ตั้งแต่เกิดและตั้งนานแล้วครับ ผลที่ได้คือสังคมในนี้สงบสุขอย่างที่ควบคุมได้ แต่ในเบื้องหลังของผู้ควบคุมนั้นมีสิ่งผิดปกติบางอย่าง สิ่งนั้นเกี่ยวโยงกับพื้นที่ที่เรียกว่า พื้นที่ร้างครับ. พื้นที่ร้าง ถูกสร้างเอาไว้สำหรับบุคคลที่ถูกเนรเทศจากสังคมไป นี่คือสิ่งที่ทุกคนรับรู้ตามกฎหมายที่ประกาศออกมา หากใครถูกเนรเทศไปรับพื้นที่ร้างแล้ว การจะกลับมาเป็นคนในสังคมอีกนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ การทำแบบนี้คือการโดดเดี่ยวผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎของผู้ปกครองเลยนะครับ แต่พื้นที่ร้างนั้นกลับมีพื้นที่ที่ติดกับเมืองเป็นอย่างมากครับ และก็เป็นอดีตพื้นที่ที่มีคนเคยอยู่อาศัยด้วย และในตอนนี้ก็มีคนอยู่อาศัยเป็นจำนวนนึงซึ่งไม่ใช่น้อยๆเลย และแนะนอนทุกคนคือคนที่ถูกเนรเทศมานั่นเอง

แต่แม้ในพื้นที่ร้างจะเป็นที่อยู่ของผู้คนที่ถูกเนรเทศ แต่ก็มีหลายคนและหลายกลุ่มแบ่งแยกกันตามเขตต่างๆกันไปและปัญหาปากท้องสำหรับพื้นที่ถูกทิ้งนี้ก็ย่อมมีแน่นอน ในเรื่องความไม่พอใจบางอย่าง + กับสิ่งที่เรียกว่ายีนปฎิวัติ ซึ่งเป็นยีนที่ถูกระบุว่าเป็นยีนเจ้าปัญหา ก่อให้เกิดผู้รวบรวมคนที่อดอยากหรือไม่พอใจก่อการปฎิวัติโดยต้องการรวมพลเมืองที่ถูกเนรเทศ รวมพื้นที่ที่ยังไม่มีเอกภาพให้เป็นหนึ่งเดียวแล้วค่อยนำไปสู่การก่อตั้งประเทศของตัวเอง และตัวนิโก้สาวน้อยเราคนนี้ก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร้างที่จะต้องมาเป็นที่อยู่ของเธอเมื่อเธอถูกเนรเทศออกมาครับ. สิ่งที่ต้องบอกคือแม้ผมจะเขียนดูสับสนนะ แต่เนื้อเรื่องเรื่องนี้มันมีหลายๆอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันครับ ในเมือง พื้นที่ร้าง กลุ่มคนชั้นปกครอง เหล่านี้มีปมอะไรหลายอย่างที่ผูกมัดกันอยู่ ตัวผมเองค่อนข้างชื่นชมกับประเด็นเรื่องการถูกกำหนดเรื่องเสรีภาพของสังคมนะครับเพราะในชีวิตจริง ประเทศรอบๆเราบางประเทศก็เลือกที่จะใช้วิธีนี้และสงบสุขในแบบของเขา ในขณะที่คนในพื้นที่ประชาธิปไตยกลับมีเรื่องราวปัญหาอันเกิดจากเสรีภาพไม่น้อยครับ เรื่องนี้จึงล้อกับความเป็นจริงไม่มากก็น้อย ในขณะเดียวกันนี่ไม่ใช่ประเด็นเดียวที่ถูกนำมาเขียนครับ ปัญหาของพื้นที่ร้าง ของคนนอกกฎหมายก็เป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอ ในหลายๆแง่มุมนะ ทั้งคนที่จะเป็นผู้นำในการปฎิวัติก็มีความพิเศษที่ดึงเอาบางอย่างมาจากประวัติศาสตร์ครับ(อันนี้ผมรู้สึกเองนะครับ) หรือแนวความเชื่อในเรื่องควรก่อสงครามดีไหมกับคนที่ทั้งเห็นด้วยและเห็นด้วยมันมีประเด็นให้อ่านแล้วสนุกดีครับ

จริงๆในเรื่องนี้มีอะไรให้มานั่งขบคิดและแสดงความคิดเห็น(ถ้าอยากแสดง)นะครับ เพราะเรื่องนี้มันชัดเจนในเรื่องการแสดงความคิดเห็นมาก แต่ผมบอกแค่นี้แล้วกันนะครับเดี๋ยวผมจะยาวไป นอกจากเนื้อเรื่องที่ถือว่ามีอะไรให้มานั่งวิเคราะห์แล้ว สิ่งที่ดีมาตลอดคือเรื่องลายเส้นครับเพราะยังคงคุณภาพที่ดีอยู่ผมชอบการวาดฉากหลังและรายละเอียดนะ ท่านนี้ใช่เลย แม้ตัวละครที่ออกแบบมาจะดูตลกไปหน่อยก็ตาม แต่โดยรวมถือว่าโอเคเลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *